(เครดิตรูปปก : www.naiin.com)
ชื่อเรื่อง : 1995 หวนวารวัน ฉันและนาย
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Lilac
ผู้แต่ง : อ้ายค่านเทียน (Ai Kan Tian)
แนวเรื่อง : Slice of life, BL
ความรู้สึกหลังอ่าน
เนื้อเรื่อง :
🚩 Pseudo-incest (พี่น้องไม่แท้), การฆ่าตัวตาย, การฆ่าคนและการใช้ความรุนแรง, การลักพาตัว
เปิดไว้ก่อนว่าหลีโจว (นายเอก/พี่ชาย) กับหลีเจียง (พระเอก/น้องชาย) เป็นพี่น้องกันค่ะ ถึงจะคนละพ่อละแม่แต่ก็โตมาด้วยกัน ถูกเลี้ยงมาอย่างพี่น้อง มารู้ความจริงว่าหลีโจวถูกรับมาเลี้ยงตอนหลีโจวอายุ 15 หลีเจียงอายุ 13
หลีโจวเป็นวิญญาณนั่งเฝ้าอยู่ตรงหลุมศพตัวเอง สมัยมีชีวิตอยู่ความสัมพันธ์กับน้องชายย่ำแย่ ถึงอย่างนั้นหลีเจียง น้องชายก็แวะมาเยี่ยมหลุมศพสม่ำเสมอ นานวันเข้าหลีโจวก็ปลงตก ปล่อยวางความรู้สึกสมัยยังมีชีวิตอยู่ แต่น้องชายกลับมาฆ่าตัวตายหน้าหลุมศพ หลีโจวที่ปล่อยวางได้แล้วเป็นวิญญาณ จะห้ามก็ห้ามไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ย้อนมาเป็นตัวเองตอนอายุ 15 ตอนที่เพิ่งรู้ความจริงใหม่ๆ ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงไม่ใช่คนตระกูลหลี
หลีโจวตั้งใจว่าย้อนเวลากลับมาครั้งนี้จะใช้ชีวิตใหม่ จะไม่แก่งแย่งชิงดีในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ไม่ไปสู้รบกับน้องชายอย่างชาติก่อน ใครดีใครชั่วก็รู้เห็นหมดแล้วด้วย ไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้พ่อบุญธรรม (ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของหลีเจียง) อีก
ในตระกูลหลี คนใหญ่สุดคือตาหรือผู้เฒ่าหลี พ่อเป็นเขยแต่งเข้า ภายนอกวางตัวดี ภายในทะเยอทะยานโลภมาก ชาติที่แล้วหลีโจวหลงคารมพ่อบุญธรรมจนทุกอย่างพังไปหมด ครั้งนี้เลยตั้งใจจะใช้ชีวิตใหม่ หาพ่อแม่ที่แท้จริงแล้วออกจากตระกูลหลี ไม่เข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจทรัพย์สินใดๆ ที่มีพ่อเป็นตัวตั้งตัวตี เพียงแต่ก่อนออกไปอยากช่วยน้องชายให้ได้ก่อน ชาติที่แล้วหลีเจียงประสบอุบัติเหตุ ขาสองข้างเกือบเดินไม่ได้ พ้นจากพิการมายืนได้ด้วยตัวเองหวุดหวิดแต่ก็มีอาการขากะเผลก เป็นจุดเปลี่ยนบุคลิกและนิสัยใจคอคุณชายเล็ก ผู้เฒ่าหลีป่วย ยังมาตรอมใจเพราะอาการบาดเจ็บของหลานคนเล็ก ชาตินี้หลีโจวย้อนกลับมาถึงช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุพอดี อาศัยว่าน้องชายยังเป็นเด็กน้อยว่าง่ายคอยตามประกบน้องอยู่ตลอด สุดท้ายก็ช่วยได้สำเร็จแลกกับตัวเองบาดเจ็บที่แขน สำหรับหลีโจวคุ้มค่ามาก อนึ่ง อุบัติเหตุคราวนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลและทำให้หลีเจียงทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงด้วย
เบาใจเรื่องน้องก็มาจัดการเรื่องตัวเองต่อ หลีโจวพอมีกรอบในการตามหาพ่อแม่อยู่แล้ว ควานหาตัวไม่นานก็หาเจอ พ่อแม่ที่แท้จริงของหลีโจวตามหาหลีโจวมาตลอดเช่นกัน ไม่ได้ทอดทิ้งลูก แต่ลูกถูกพวกลักเด็กพาตัวไป พอครอบครัวเจอหน้ากัน เซนส์ต่างฝ่ายต่างบอกว่า...ใช่แล้วแหละ พอไปตรวจดีเอ็นดีผลลงเอยออกมาตามคาด
นายใหญ่ลู่ พ่อแท้ๆ ของหลีโจวเป็นพ่อหมีตัวใหญ่ประจำเกาะ ตัวโต ท่าทางน่ากลัว รักคุณธรรม ทำธุรกิจสายเรือ ลูกน้องและเพื่อนฝูงเยอะ เป็นคนมีหน้ามีตาและเป็นขาใหญ่ของพื้นที่ แต่พออยู่ในบ้านเป็นพ่อซื่อบื้อสายเปย์ หวงลูกมาก กลัวลูกหายไปอีก หลีโจวจะเหมือนแม่มากกว่าทั้งนิสัยและหน้าตา นายหญิงเย่หงอวี้เป็นสาวแกร่ง มีภาวะผู้นำ ใจเย็น ทำงานเก่ง ตัวหลีโจวเคยคร่ำหวอดทำธุรกิจมาก่อน ใช้ความรู้กับประสบการณ์ รวมทั้งความได้เปรียบจากการรู้อนาคตมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจ ชื่อใหม่ของหลีโจว คือ ลู่อี้โจว ทั้งนี้พ่อแม่ยังให้เกียรติทางบ้านหลีที่ดูแลหลีโจวมา หลักๆ คนในบ้านก็ยังใช้ชื่อหลีโจวเรียกด้วย
เดิมทีพ่อบุญธรรมแค่อยากลองใจหลีโจวเลยเอาข้อมูลเรื่องที่หลีโจวถูกรับมาเลี้ยงไปวางไว้ให้หลีโจวเห็น แถมยังให้ข้อมูลปลอมเกี่ยวกับครอบครัวไว้ พอโดนดัดหลังมารู้ว่าหลีโจวเจอพ่อแม่ตัวจริงเสียงจริงแล้วจะออกจากตระกูลหลีก็ตกใจ
การออกจากบ้านตระกูลหลีของหลีโจวกระทบกับหลีเจียงมาก น้องเป็นหมาน้อยช่างอ้อน ติดพี่สุดๆ สบโอกาสเมื่อไหร่เป็นต้องหาเรื่องไปหาพี่ให้ได้ ถึงขั้นก่อเรื่องจนได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนเดียวกับหลีโจวระยะหนึ่ง (ที่ทางบ้านยอมเพราะมีปัญหาภายในส่วนหนึ่ง ให้คุณชายเล็กหลบออกจากเมืองหลวงสักพักเป็นเรื่องดี) เทียบกับชาติก่อน หลีเจียงทั้งว่าง่ายทั้งน่ารัก แสดงออกตรงไปตรงมาว่าโอ๋ผมหน่อยๆ แถมน้องมันชอบมาเกาะแกะ ผนวกกับเรื่องจากชาติก่อน หลีโจวที่อยากดูแลน้องดีๆ เลยค่อนข้างตามใจ ยิ่งโอ๋เด็กมันยิ่งวอแว เป็นวงจรอันแสนน่าสังเวช 55555 หลีโจวชินกับสกินชิปและการดูแลเอาใจน้องชายระดับประมาณว่า...เลือกกินเหรอ เอ้า เลาะก้างปลาให้ละ...ยาขมไม่ยอมดื่มดีๆ เหรอ เอ้า ช่วยป้อน ด้านหลีเจียงนอกจากชอบฉอเลาะให้พี่ชายตามใจ จะออกอาการด้วยการงอนหรือน้อยใจพี่บ่อยๆ...จะไม่ได้เจอพี่แล้วเหรอ ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อล่ะ บลาๆๆ นอกจากนี้คือชอบแตะเนื้อต้องตัว กับ...เปย์ 55555 เป็นเด็กเป็นเล็ก จ่ายเก่งเหลือเกินลูกเอ๊ย สรรหานู่นนี่นั่นมาให้ตลอด อยู่ต่อหน้าพี่น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู ลับหลังหลีเจียงหูตารอบตัว ตัวห่างกันแต่รู้นะว่าในโรงเรียนมีคนหลงรักพี่เต็มไปหมด หาทางกันซีนจากระยะไกลได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น (ノ°益°)ノ
ต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วพี่น้องหลียังติดต่อกันตลอด โทรศัพท์บ้าง จดหมายบ้าง ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ค้างบ้านเอย ทำกิจกรรมด้วยกันข้างนอกเอย ระหว่างค่อยๆ เติบโต เริ่มจากตอนม.ปลายเป็นต้นมา หลีโจวช่วยนายใหญ่ลู่ออกไอเดียดูแลโรงงาน (นายใหญ่ขยับขยายจากทะเลขึ้นมาบนบก บอกว่าทำโรงงานดูเท่ดี) ฟากหลีเจียงก็เรียนหนัก ผู้เฒ่าหลีสุขภาพไม่ดี รักษาตัวอยู่ต่างประเทศ ภาระเลยตกลงมาบนบ่าหลีเจียงค่อนข้างมาก อิสระหดหายไปเยอะ จะหาวันว่างๆ ไปใช้ร่วมกับพี่ยังเจียดเวลาได้ยาก เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าช่วงสองพี่น้องเป็นนักเรียน พอเข้าท้ายเล่ม 2 จะมีการบรรยายรวบรัดอย่างรวดเร็วว่าหลีเจียงที่เรียนข้ามชั้นเรียนจบเร็วและทำงานเต็มตัว ส่วนหลีโจวเรียนหมอ (ส่วนหนึ่งเพราะตาป่วย อยากทำความรู้จักเรื่องหยูกยามากขึ้น)
เนื่องจากเรื่องนี้มีตัวร้ายหลักคือพ่อ จะมีการปิดประเด็นนี้ตอนเล่มจบ ถือว่าเป็นจุดจบที่อนาถมาก สปอยหนักๆ คือโดนทุบจนตาย ส่วนฝั่งตัวเอกของเรามีดราม่าเล็กน้อย หลีโจวถูกโรคจิตลักพาตัว ได้รับบาดเจ็บจนตามองไม่เห็นไประยะหนึ่ง แต่ก็ค่อยๆ ฟื้นตัว มีหลีเจียงดูแลอย่างใกล้ชิด ปู่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์เองก็อาการดีกว่าชาติก่อนมาก ถึงตอนท้ายจะหลงๆ ลืมๆ ยังได้อยู่กับลูกหลาน มีคนดูแลดี ส่วนแม่ที่หย่าขาดจากพ่อ สุดท้ายมีผู้ดีๆ เข้ามาหา เป็นเพื่อนเก่าแก่ที่แอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน
แฮปปีัเอนด์ <( ̄︶ ̄)>
ในด้านความสัมพันธ์ ขอเสริมแยกตรงนี้ ตอนเล่มแรกเป็นพี่น้องกันแบบไม่เห็นแววว่านี่พระนายเหรอวะ? จากเลนส์จขบ.สามารถบอกว่าเป็นบราค่อนได้ แต่เกินเลยไปมากกว่านั้นรู้สึกว่ายาก ปัจจัยสำคัญคือโตมาแบบพี่น้องกัน เวลาแนะนำกับคนอื่นก็บอกว่าเป็นพี่น้อง ต่อให้มีคนรู้จักใหม่ๆ ในสังคมใหม่ก็ยังนิยามอีกฝ่ายเป็นพี่ชายและน้องชายอยู่ (แม้ตอนเล่ม 2 หลีเจียงจะเริ่มเตลิดแล้ว ก็ยังคงติดกับคำว่าพี่น้อง)
ผลจากการค่อยๆ ตะล่อม ค่อยๆ แสดงออกทีละนิดอย่างอดทนของหลีเจียง ช่วงจบเล่ม 2 หลีโจวรู้สึกว่าเป็นแบบนี้กับน้องชายมันไม่ค่อยเข้าท่าแล้วนะ มันเหมือนจะเกินพี่น้องไปแล้ว มาส่งสัญญาณกันตรงๆ เรื่องการคบหาในความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้นช่วงต้นเล่ม 3...ซึ่ง ไม่มีดราม่าจ้ะ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ราบรื่นหมดจนงง คนรอบข้างก็ไม่อะไร ไม่มีปัญหาด้านความรู้สึกหรือศีลธรรมใดๆ รับได้อย่างรวดเร็ว ใครคิดว่าต้องมีซีนบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้กับศีลธรรมในใจ มันน้อยมากจนอยากบอกว่า...ไม่มีเจ้าค่ะ ฟีลกู๊ด (เกิ๊น) ยันจบเรื่องนั่นแหละ ฉะนั้นจึงตะขิดตะขวงอยู่เหมือนกันที่เป็นคนรักแล้วยังมานับพี่นับน้องอีก คำเรียกน่ะไม่แปลกหรอก แต่คำบรรยายยังใช้พี่น้องอยู่ ขนาดคู่นี้มีลูก 2 คน ชายหญิงอย่างละคน ลงเอยก็เหมือนยังข้ามไม่พ้นความสัมพันธ์พี่น้องโดยเด็ดขาด ในแง่หนึ่งอาจเพราะตอนเป็นพี่น้องเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญ แต่คบหาเป็นคนรักกันแล้วนะเหวย จะดีเหรอคะ... (ลองเป็นชีวิตจริงคือ หน่านิ?! Σ(°△°|||)) สรุปคือสุขนิยมยิ่งกว่าที่คาด
หากเปรียบเทียบกับ 1988 เรื่องของหมี่หยางที่ออกกับไลแลคไปก่อนหน้านี้ เส้นเลิฟไลน์ของเรื่องหมี่หยางจะโดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด 1995 จะดรอปตรงนั้นลงแล้วไปเพิ่มเรื่องการทำธุรกิจกับการตบตีกับเจียงซิงหย่วน (พ่อหลีเจียง/พ่อบุญธรรมหลีโจว) และถึง 1995 จะเปิดเรื่องมาด้วยการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติตระกูลหลี เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีเหลี่ยมคมฟาดฟันดุเดือด ตัวร้ายไม่ได้มีพาวเวอร์อะไรมาต่อกรกลับกลุ่มตัวเอกเป็นทุน เรื่องนี้จึงเป็นแนวอบอุ่นหัวใจทั่วๆ ไป ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องเป็นคนดีๆ เหมาะเอาไว้อ่านชาร์จแบตพักผ่อน
ตอนซื้อเรื่องนี้มาคาดหวังไว้เยอะเพราะชอบ 1988 เอาเข้าจริงไม่ถึงกับผิดหวัง แค่ไปได้ไม่ถึงจุดที่หวังมากกว่า จุดทำคะแนนของเรื่องนี้ที่จขบ.ชอบมากคือตัวละครค่ะ ชอบนายเอกสุขุม ใจเย็น ใจดี กับพระเอกแนวหมาน้อยช่างอ้อน (ซึ่งแอบเหลี่ยมเล็กๆ) แล้วก็ไม่มีสงครามความรักด้วย มีกันอยู่แค่ 2 คนนี่แหละ ในฐานะคนที่มีตัวชี้วัดความชอบนิยายอยู่ที่ตัวละครกับความสัมพันธ์ของตัวละครในอัตราส่วนค่อนข้างมาก เรื่องนี้โอเคค่ะ พระนายตรงสเปกมีชัยไปกว่าครึ่ง 555555555555
ภาษา/การแปล :
โดยรวมอ่านลื่นไหลดี แต่ก็มีบางจุดที่ใช้คำซ้ำซ้อนหรือแปลแปลกๆ ทำให้สะดุดอยู่เหมือนกัน
e.g. ตรงนี้ไม่น่ามีคำว่า "แต่" อาจจะเป็นแม้ หรือตัดคำว่าแต่ทิ้งไปเลยไหม พอมีคำว่าแต่อยู่ด้วยทำให้ย่อหน้านี้อ่านเข้าใจยาก (ส่วนหนึ่งอาจเพราะใช้คำว่าแต่ต่อเนื่องติดๆ กัน)
มีจุดที่รู้สึกว่าเรียบเรียงออกมาแปลกๆ ประปราย (หรือมีคำตกก็ไม่แน่ใจ) ตัวอย่างเช่น
พิมพ์ตก/พิมพ์ผิด เช่น
นอกจากนี้มีความไม่สม่ำเสมอของการใช้คำแปล หลุดใช้คำว่า "ชายหนุ่ม" กล่าวถึงหลีเจียง ซึ่งจากเนื้อเรื่องช่วงนั้นส่วนใหญ่จะใช้คำว่า "เด็กหนุ่ม" มากกว่า และจริงๆ อายุตอนนั้นใช้เด็กชายยังได้เลย
ตอนท้ายเล่ม 1 ใช้คำว่าชายหนุ่มแทนตัวหลีเจียง น่าจะหลุดมา (ในเนื้อเรื่องตอนนี้น้องอายุ 13 เอง)
พอมาเล่ม 2 ใช้คำว่าเด็กหนุ่มแทนตัวหลีเจียง
ส่วนตรงนี้น่าจะใส่ชื่อตัวละครผิด ต้องเป็นหลีเจียงหรือเปล่า?









No comments:
Post a Comment