Sunday, December 3, 2023

[มังงะ] รีวิว อนุบาล Wars


 

(เครดิตรูปปก : https://siamintershop.com/)



ชื่อเรื่อง : อนุบาล Wars
สถานะ : ยังไม่จบ  ไทยออกมาแล้ว 4 เล่ม 
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์คอมิกส์
ผู้แต่ง : You Chiba
แนวเรื่อง : แอคชัน, โรแมนติก, คอเมดี้
Other : ลงแอพ Manga Plus


ความรู้สึกหลังอ่าน


เนื้อเรื่อง :
โรงเรียนอนุบาลที่ปลอดภัยที่สุดในโลกอยู่ที่นี่เองจ้า

โรงเรียนอนุบาลสำหรับลูกท่านหลานเธอคนใหญ่คนโต มีครูพิเศษซึ่งเป็นนักโทษคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ตัวละครหลักของเรื่องเป็นบรรดาคุณครูที่ออกมากำจัดนักฆ่าค่ะ ตามเนื้อเรื่องบอกว่างานนี้อันตรายมาก ครูส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่นานก็โดนสอยร่วง ดังนั้นต้องเก่งมากๆ และเด็ดขาดมากๆ ด้วย ลองพลาดเสียเองไม่ต้องรอให้นักฆ่ามากำจัดก็จะโดนครูใหญ่ของโรงเรียนจัดการเสียก่อน อย่างไรก็ตาม งานเสี่ยงค่าตอบแทนย่อมสูง หากทำงานครูครบ 1 ปีจะได้รับการปล่อยตัวไปใช้ชีวิตตามปกติค่ะ

ตัวเอกของเรื่อง ริต้า นักฆ่ามือพระกาฬฉายา "แม่มด" เข้ามาเป็นครูห้องทัมโปโปะ ความฝันของน้องคืออยากมีแฟนหล่อๆ มีแรงก์หนุ่มหล่อที่อยากได้เป็นแฟนด้วยนะ 55555 กะไว้ว่าทำงานครบกำหนดเมื่อไหร่จะออกไปหาแฟนหล่อๆ ให้ได้ ระหว่างเป็นครูนี้น้องเสียอกเสียใจ เป็นครูเจอแต่เด็กๆ ไม่ได้เจอหนุ่มหล่อมาชุบชูบใจเลย ดังนั้นพอเห็นนักฆ่าหล่อๆ (ซึ่งนักฆ่าที่เข้ามาทำร้ายเด็กๆ หล่อทั้งนั้น 555555) น้องจะออกอาการ...อุ๊ย หรือว่าเจอคนในพรหมลิขิตเข้าแล้วนะ? แล้วริต้าก็ถามคำถามเพื่อดูความเข้ากันได้...เป็นจังหวะสำคัญในการเล่นมุกของเรื่องเลย ถ้าตอบถูกใจก็รอด ถ้าตอบไม่ถูกใจริต้าจะโดนเป่าทิ้ง (ต้องกำจัดนักฆ่านี่นา) ซึ่งบรรดาคำถามของริต้ามักมาแนวๆ...กินราเมงจากอะไรก่อน ดูเอนด์เครดิตหนังมั้ย และจบลงที่ริต้าไม่พอใจคำตอบแล้วกำจัดทิ้งตลอด ถถถถ

ในห้องทัมโปโปะของริต้ามีครูอีกสองคนคือ ฮานะจัง ใช้ระเบิด อยากพ้นโทษไปเจอพี่ชาย กับพระเอกของเรา (?) ดั๊ก นักต้มตุ๋น อยากพ้นโทษเพราะเสี้ยนบุหรี่ ในตัวละครหลักดั๊กเป็นคนเดียวเลยที่ไม่ได้อยู่สายบู๊ โดนริต้ากับฮานะบ่นตลอดว่าอ่อนแอจัง (คนอื่นเก่งเกินไปต่างหากนังหนู) พี่แกสายเหลี่ยม มือเท้าเบา และเน้นสู้แบบใช้กลยุทธค่ะ ความจริงเป็นหนุ่มหล่อตามสเปกอันดับ 1 ของริต้าแท้ๆ เสียดายตอนเจอกันช่วงแรกๆ แกล้งริต้าหนักไปหน่อย ต่อให้ตอนนี้หลงรักสาวเจ้า พูดอะไรริต้าก็ไม่เชื่อ คิดว่าเขาหลอกเล่นอย่างเดียว น้องบอกเกลียดนักตุ้มตุ๋นจริงๆ เลย! อนึ่ง ถึงโดนปืนจ่อหลายรอบ ตาดั๊กรอดมือน้องริต้ามาตลอดเพราะเป็นรุ่นพี่ค่ะ ทำงานด้วยกัน โมโหแล้วยิงทิ้งไม่ได้ 555555555 

เส้นเรื่องหลักของเรื่องคือทำงานครูพิเศษให้ครบปีจะได้พ้นโทษ สามารถเดินเรื่องได้เรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่มีปมปริศนากับตัวร้ายหลักอยู่นะคะ นอกจากครูใหญ่ที่ดูมีความเป็นมาน่าสงสัย ดูเหมือนบรรดานักฆ่าจะเพ่งเล็งเด็กที่ชื่อ "ไลลา" เป็นพิเศษ ถึงขั้นถูกคิดว่าโรงเรียนมีไว้เพื่อปกป้องเด็กคนเดียวด้วยซ้ำ เนื้อเรื่องยังไม่เปิดเผยว่าเพราะอะไรไลลาถึงโดนหมายหัว หนำซ้ำตัวร้ายเป็นพี่น้องฝาแฝดของริต้าด้วย โหดหน้ายิ้มเหมือนริต้าไม่มีผิด รอติดตามกันยาวๆ ว่าจะจบยังไง

สตอรี่มีทั้งแอคชันตูมตามกับเลิฟๆ ผสมกันแบบตลกๆ บรรดาครูห้องอื่นบุคลิกโดดเด่นมาก (และมีสกิลชั้นยอดสมกับที่ถูกเลือกมาทำหน้าที่ครูโรงเรียนนี้เชียวล่ะ) ทั้งนี้ มุกตลกในเรื่องไม่ใช่มุกลามกจกเปรตนะคะ ค่อนข้างเซฟเลยแหละ ส่วนตัวถือว่าเป็นเรื่องที่อ่านแล้วชอบ โดยจุดหนึ่งที่ชอบมากๆ ของเรื่องนี้คือตัวละครตายจริง ต่อให้นักฆ่าบางคนจะดูมี potential ในการเป็นตัวละครหลัก หรือน่าสงสาร แต่หน้าที่เหล่าครูคือต้องฆ่าทิ้ง ไม่งั้นจะตายซะเอง เลยไม่ปล่อยให้รอดค่ะ ต้องหักใจกำจัดทิ้ง ตรงนี้ทำให้น้ำหนักของเรื่องหนักขึ้นมา แสดงถึงความซีเรียสของสถานการณ์และดึงอารมณ์ร่วมได้ดี ไม่รู้สึกย้อนแย้งเชิงตรรกะ อ.ยูอยู่เขียนการ์ตูนต่อนะคะ ไม่ต้องกลับไปซ่อมกีต้าร์ละ

เพิ่มเติม อนุบาล Wars ลงให้อ่านในมังงะพลัสทั้งภาษาอังกฤษและไทย ลองไปเจิมดูก่อนได้ว่าใช่แนวหรือเปล่า ถ้าถูกจริตก็อยากให้สนับสนุนฉบับลิขสิทธิ์ค่ะ บนปกของสยามมีใบประวัติตัวละครกับสแตดด้วยเน้อ (。•̀ᴗ-)✧

งานภาพ :
น้ำหนักเส้นสมเป็นการ์ตูนโชเน็นดี ถึงจะวาดตัวละครดูปุ๊กปิ๊กกลมป๊อกแต่ลายเส้นดุดัน เส้นสปีดกับเอฟเฟกต์ฉากบู๊ก็เข้ากับเนื้อเรื่อง ชอบการวางช่องและการใช้หน้าคู่ของอ.ยูด้วย ตอนตบมุกด้วยหน้าคู่ 3 รอบติดอาจจะดูเหมือนเปลืองแต่มันได้อารมณ์มาก 5555555

ภาษา/การแปล :
มีจุดที่ใช้คำแปลกๆ หรือวางคำในประโยคผิดอยู่บ้าง เล่มละนิดละหน่อย เทียบกับเรื่องอื่นถือว่ามีจุดสะดุดเยอะเหมือนกัน (ก็เรื่องอื่นไม่สะดุดอะ) แต่ภาพรวมพอพูดได้ว่าแปลดีสำหรับสายคอเมดี้ เรื่องนี้สาดมุกพอกับสาดกระสุน แถมเด็กเต็มเรื่อง ภาษาเด็กๆ อ้อแอ้มาก 5555 เกณฑ์ของจขบ.คือมาแนวคอเมดี้ต้องแปลให้ขำ ถ้าอ่านแล้วขำคือรักษามาตรฐานได้ระดับหนึ่งละ ซึ่งตรงนี้ไหวอยู่ค่ะ (จุดที่เรียบเรียงแปลกมันไม่ช็อตฟีลขนาดนั้น)

ช่องทางการสั่งซื้อ


Friday, December 1, 2023

[นิยาย] รีวิว มือปราบ (วิญญาณ) คนนี้ชื่อคิมมูรยอง เล่ม 1 - 2



(เครดิตรูปปก : https://store.jamsai.com/)



ชื่อเรื่อง : มือปราบ (วิญญาณ) คนนี้ชื่อคิมมูรยอง เล่ม 1 - 2
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : everY
ผู้แต่ง : Todayspring (오늘봄)
แนวเรื่อง : Supernatural, BL


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
หนุ่มเก็บตัวเงียบขรึมผู้อาภัพ - มือปราบวิญญาณอัจฉริยะผู้แสนดี

เรื่องนี้ตัวละครเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายค่ะ ความสัมพันธ์ของเด็กๆ จะใสๆ นุ่มฟู มีความเอื่อยๆ เรื่อยๆ เหมาะแก่การเสพบรรยากาศและพักตับอย่างยิ่ง ใช้การบรรยายแบบสรรพนามบุรุษที่ 3 มีตัวเอกคือนายเอก คิมมูรยอง เดินเรื่องด้วยตัวเอกที่นิสัยดีมากๆ มันชุบชูใจละเกินนนน ╰(*´︶`*)╯♡

คิมมูรยองเกิดในตระกูลมือปราบวิญญาณ ถึงจะคลุกคลีกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นครอบครัวทั่วๆ ไปที่อบอุ่น ตัวมูรยองมีพรสวรรค์ชนิดหาตัวจับยาก ไม่ใช่แค่มีศักยภาพมากที่สุดในตระกูลตอนนี้ แต่มีพรสวรรค์ระดับร้อยปีจะโผล่มาสักคน ในเรื่องน้องจะทำงานเป็นมือปราบวิญญาณฝึกหัดด้วยการช่วยเหลือคนรอบตัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องเหนือธรรมชาติ  แต่มูรยองเป็นเด็กดีไปหน่อย เอาเข้าจริงต่อให้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ ถ้าช่วยได้ จะอะไรก็มาเหอะ...ช่วยหมดแหละ แทบจะรับทำสารพัดสิ่งไปแล้ว ใครมีเรื่องอะไรวิ่งมาหามูรยองได้เลย น้องจะช่วยเหลือแลกกับค่าตอบแทนเป็นของเก่าชิ้นเล็กๆ ค่ะ พวกของที่เจ้าของเรื่องเคยใช้ตอนเด็กๆ ประมาณนั้น ยิ่งเก่ายิ่งดี เช่น ยางลบ ยางมัดผม

ด้วยความหน้าตาดี อัธยาศัยดี มีน้ำใจ มูรยองเป็นคนเพื่อนเยอะมาก นับเป็นคนดังประจำโรงเรียนคนหนึ่งเลยแหละ ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่คนที่ไม่สนิทใจไปคุยด้วยหรือทำตัวตีซี้...สิทธิพิเศษย่อมเป็นของคนพิเศษๆ จะใครซะอีก พระเอกไง คีฮวานยองค่ะ นายคนนี้ก็เป็นคนดัง ดังเพราะหล่อมาก เพราะตัวสูงมาก และเพราะไร้มนุษยสัมพันธ์มากๆ ฮวานยองไม่ให้ใครแตะตัว ไม่มีเพื่อน และไม่คุยกับใคร (ทำงานกลุ่มกับคนแบบนี้ก็เครียดจริงแหละ ใครจะอยากทำงานกลุ่มด้วย เข้าใจๆ) เดิมทีมูรยองไม่คุยกับเขา เขาไม่คุยกับมูรยอง น่าจะไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกัน แต่ฮวานยองมาขอความช่วยเหลือจากมูรยองนี่สิ เป็นอาการปวดเมื่อยหนักไหล่สไตล์ผีเกาะ

มูรยองย่อมต้องช่วยค่ะ (คนดีจริงๆ เลย)

ฮวานยองเป็นคนมีต้นทุนดีในด้านของการเป็นมือปราบวิญญาณ คุณสมบัติร่างกายถึงขั้นดีกว่ามูรยองด้วย แต่ครอบครัวไม่ได้เป็นมือปราบ ไม่มีความรู้เรื่องผีสางปิศาจอะไรเลย (วิญญาณมนุษย์เรื่องนี้จะกลายเป็นปิศาจได้ถ้าเวลาผ่านไปนานวันเข้า) ชีวิตถึงได้อาภัพเพราะพลังที่ตกค้างบนร่างตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน สาเหตุที่ฮวานยองไม่ชอบสกินชิปเพราะคนที่มาแตะฮวานยองและมีรอยสัมผัสตกค้างจะถูกพวกผีที่เข้าใกล้ฮวานยองตรงๆ ไม่ได้กระโจนใส่นั่นเอง

สรุปแบบรวบรัดสั้นๆ คือฮวานยองมีพลังในการทำให้พวกวิญญาณทั้งหลายหายไปได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย แค่โดนตัวก็เป่าได้แล้ว ไม่ใช่การส่งไปภพภูมิอื่นดีๆ แต่ออกแนวกำจัดค่ะ (สกิลล้ำกว่ามูรยองมากเพราะไม่จำเป็นต้องตั้งท่าเตรียมตัวใดๆ) ที่มาขอให้ช่วยเพราะผีที่ตามตัวเองเป็นน้องสาวที่ตายไปแล้ว ฮวานยองเสียครอบครัวจนหมด ตอนนี้เหลือแต่น้องสาวที่ไม่ใช่คน หักใจทำร้ายน้อง+เสียครอบครัวคนสุดท้ายไม่ลง (ಥ﹏ಥ) เพราะอยากให้น้องได้ไปดีๆ เลยต้องหาคนมาช่วย และเคยเห็นมูรยองช่วยวิญญาณมาก่อน พี่แกก็คิดว่าอืม...มูรยองน่าจะทำไรได้

จากนั้นก็เป็นการพยายามหาทางจับและปลดปล่อยน้องของฮวานยอง กับรับคำขอจากคนอื่นไปพร้อมๆ กัน ถ้าไม่คิดอะไรมากก็อ่านเพลินๆ ดี ส่วนตัวคิดว่าเคสของฮวานยองใช้เวลานานกว่าเคสอื่นด้วยเหตุผลที่เราไม่ซื้อนะคะ เข้าใจว่าต้องให้เวลาตัวละครอยู่ด้วยกันนานๆ แต่เหตุผลไม่มีน้ำหนักพอจะทำให้คล้อยตามว่าทำไมปิดเคสไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ทั้งที่เป็นปิศาจรับมือยาก แถมยังหาตัวไม่เจอ มูรยองประวิงเวลาบอกว่าช่วงฝนตกรับมือลำบาก ให้รอหมดช่วงฝนชุกค่อยจัดการ อันที่จริงถ้ารับมือเองไม่ไหว ในบ้านมีมืออาชีพหลายคน ทั้งแม่ทั้งพี่ (เคยมีกรณีจับผีวันฝนตกที่ไม่ได้รับมือยากไม่ใช่เหรอ? ถ้าคำนึงถึงร่างกายที่พิเศษของฮวานยองกับระดับความอันตราย มูรยองไม่น่าตัดสินใจรอเพื่อเพิ่มความเสียงเลยนี่นา? ปกติยอมอดตาหลับขับตานอนเพื่อช่วยคนเดือดร้อนให้เร็วที่สุด แม้แต่กับเคสที่ไม่อันตรายเลยยังลงมือทันที แต่พอเป็นฮวานยองมูรยองดูปล่อยจอยเกิน มันดูขัดแย้งนิดหน่อยค่ะ)

ภารกิจการช่วยเหลือวิญญาณไม่ได้คอขาดบาดตายหรือหลอนมาก วิญญาณที่โผล่มาส่วนใหญ่จะค่อนข้างคุยง่าย ใครต้องการความหลอนคงไม่ตอบโจทย์ เราคิดว่าเรื่องนี้เด่นเรื่องของสายสัมพันธ์ระหว่างคนมากกว่าค่ะ

พูดเรื่องจังหวะเสริมสักนิด สไตล์การเล่าเรื่องเป็นแบบตัดฉับไปมา เช่น เล่ามาเป็นลำดับ 1 2 3 แล้วอยู่ๆ โดดไป 5 เลย ข้ามเลข 4 แล้วค่อยมาอธิบายย้อนความทีหลัง...ว่าไงดี ออกแนว >> มูรยองรับงาน มูรยองลงมือทำงาน มูรยองพบเหตุการณ์อะไรสักอย่างระหว่างงาน >> ตัดฉับมาวันถัดไปที่ทุกอย่างเคลียร์แล้ว แล้วมูรยองค่อยมาเล่าว่าผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ยังไง ทำนองนี้

ด้านเลิฟไลน์ ยังไงก็ยังเป็นเด็กนักเรียนกันอยู่ 2 เล่มแรกค่อนข้างใสเลยค่ะ เอ็นดูความแอบหวงแอบห่วง เขินเองนอยเอง...อยากตะโกนออกไปว่า พวกแกกกก นั่นมันเกินเพื่อนแล้ว มันไม่ใช่เพื่อนนนนนน ซึ่งช่วงเล่ม 2 ทั้งฮวานยองทั้งมูรยองก็ดวงตาเห็นธรรมจนได้ (สักที 55555) ไปรอลุ้นเล่มจบกันต่อ  

ตัดเรื่องตะขิดตะขวงใจเล็กๆ น้อยๆ ตามที่บ่นไปกับการแปลที่อ่านแล้วขมวดคิ้วเป็นระยะ เรายังคงชอบเรื่องนี้นะคะ โดยส่วนตัวชอบไวบ์ตัวละคร ชอบความใสๆ ฟลัฟฟี่ๆ ตามสไตล์นักเรียนมัธยม และเรื่องที่มีแต่คนดีๆ ไม่มีตัวร้ายเป็นทุน มันอ่านแล้วสบายใจ ให้คะแนนไบแอสตรงนี้เยอะ 555555555

ภาษา/การแปล :

ไม่ประทับใจเท่าไหร่ ผิดคาดมากสำหรับเครือแจ่มใส ก่อนหน้านี้เคยอ่านแปลเกาหลีของเครือนี้มาหลายเรื่อง เรื่องที่ไม่สปาร์กก็ไม่สปาร์กเพราะตัวเนื้อเรื่องเอง (เช่น Business Proposal อ่านขำๆ จอยๆ ได้ แต่ไม่เข้าสไตรค์โซน) ส่วนเรื่องนี้ทั้งสไตล์เรื่องทั้งตัวละคร ชอบมาก แต่อรรถรสการอ่านถดถอยลงไปไม่น้อยเพราะการแปลไม่ใช่แนวค่ะ หลักๆ คือรู้สึกว่าการเรียบเรียงมีจุดแปลกๆ และจุดที่ล้มสุดคือคำซ้ำ 

ตัวอย่างที่เห็นว่าแปลก ย่อหน้าเดียวกัน แต่ "เขา" ที่ใช้ชี้ตัวบุคคลเหมือนจะหมายถึงคนสองคน ไม่ใช่ว่ามันควรจะชี้ตัวไปที่คนคนเดียวก่อนเหรอ? หรืออ่านไม่แตกเอง...


อ่าน 2 บรรทัดบนเข้าใจ พอมี 2 บรรทัดล่าง...มันแปลกอะ นี่อ่านแล้วรู้สึกแปลกมาก จริงๆ ตั้งแต่บอกว่าอีก(หนึ่ง)เรื่อง ไม่ต้องมีคำว่า 'อยู่เพียงเรื่องเดียว'  ย้ำท้ายประโยคก็ได้ไหมนะ? 
ไปๆ มาๆ เลยสรุปได้ว่าเรียบเรียงแปลกค่ะ (แถมใช้คำว่า "เดียว" เต็มย่อหน้าเลย) 

อันนี้ค่อนข้างชัดเช่นกัน หลังคำว่าด้วยเป็นการขยายกริยาคำว่าพูด ดันเอาไปวางไว้ท้ายประโยคเฉย กลายเป็นขยายคำว่านั่งไปแล้ว ตรงนี้เลยอ่านแปร่งๆ ทันที คิดว่าอ่านประโยคจบแล้ว...อ้าว มันมีต่อนิ

เรื่องเรียบเรียงแปลกเป็นยาวๆ นะคะ
ใดๆ ก็แล้วแต่ เอาจริง จุดที่จขบ.ไม่โอเคสุดเป็นเรื่องคำซ้ำสุดจะฟุ่มเฟือย
สารภาพตามตรงว่าต้นเล่มแรกเราเอียนคำว่า "ก็" หนักมาก
มันเต็มไปหมดทั้งหน้าเลยอะ และไม่ได้เป็นหน้าเดียว 
อันนี้ตัวอย่าง แค่ 1 ย่อหน้า ยาว 4 บรรทัดซัดไป 4 "ก็" 
มันน่าจะเรียบเรียงสรรหาคำมาใช้ได้มากกว่านี้ไหมนะ ยิ่งรวมกับปัญหาคำซ้ำอื่นและการเรียบเรียง มันขัดมู้ดมากพอควรเลย เราวางหนังสือตั้งสติหลายรอบมากเพื่ออดทนอ่านต่อ (╥ω╥)


อยากปล่อยจอยอ่านชิวๆ แต่พอสะดุดแล้วก็เหมือนมีอันต้องหวาดระแวงติด caution ไปตลอด คำซ้ำซ้อนมันมีได้ แต่บางทีฟุ่มเฟือยเกินเหตุ บางจุดตัดไปไม่กระทบความหมายการอ่านแท้ๆ ใส่มามีแต่ทำให้อยากกระอักเลือดอะค่ะ (ซ้ำเยอะไปไหน) อย่างกรณีการใช้สันธาน ไทยมีคำเยอะ เจอแบบนี้มีเหม่อเพราะความรุ่มรวยหายหมดเลย (╥ω╥) 
ตัวอย่างคำซ้ำอื่นๆ





บ่นจนแทบจะเหมือนแอนตี้มาดิสเครดิตแล้วเนี่ย พอก่อนดีกว่า... *เก็บมือ*

ช่องทางการสั่งซื้อ