Sunday, December 3, 2023

[มังงะ] รีวิว อนุบาล Wars


 

(เครดิตรูปปก : https://siamintershop.com/)



ชื่อเรื่อง : อนุบาล Wars
สถานะ : ยังไม่จบ  ไทยออกมาแล้ว 4 เล่ม 
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์คอมิกส์
ผู้แต่ง : You Chiba
แนวเรื่อง : แอคชัน, โรแมนติก, คอเมดี้
Other : ลงแอพ Manga Plus


ความรู้สึกหลังอ่าน


เนื้อเรื่อง :
โรงเรียนอนุบาลที่ปลอดภัยที่สุดในโลกอยู่ที่นี่เองจ้า

โรงเรียนอนุบาลสำหรับลูกท่านหลานเธอคนใหญ่คนโต มีครูพิเศษซึ่งเป็นนักโทษคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ตัวละครหลักของเรื่องเป็นบรรดาคุณครูที่ออกมากำจัดนักฆ่าค่ะ ตามเนื้อเรื่องบอกว่างานนี้อันตรายมาก ครูส่วนใหญ่อยู่ได้ไม่นานก็โดนสอยร่วง ดังนั้นต้องเก่งมากๆ และเด็ดขาดมากๆ ด้วย ลองพลาดเสียเองไม่ต้องรอให้นักฆ่ามากำจัดก็จะโดนครูใหญ่ของโรงเรียนจัดการเสียก่อน อย่างไรก็ตาม งานเสี่ยงค่าตอบแทนย่อมสูง หากทำงานครูครบ 1 ปีจะได้รับการปล่อยตัวไปใช้ชีวิตตามปกติค่ะ

ตัวเอกของเรื่อง ริต้า นักฆ่ามือพระกาฬฉายา "แม่มด" เข้ามาเป็นครูห้องทัมโปโปะ ความฝันของน้องคืออยากมีแฟนหล่อๆ มีแรงก์หนุ่มหล่อที่อยากได้เป็นแฟนด้วยนะ 55555 กะไว้ว่าทำงานครบกำหนดเมื่อไหร่จะออกไปหาแฟนหล่อๆ ให้ได้ ระหว่างเป็นครูนี้น้องเสียอกเสียใจ เป็นครูเจอแต่เด็กๆ ไม่ได้เจอหนุ่มหล่อมาชุบชูบใจเลย ดังนั้นพอเห็นนักฆ่าหล่อๆ (ซึ่งนักฆ่าที่เข้ามาทำร้ายเด็กๆ หล่อทั้งนั้น 555555) น้องจะออกอาการ...อุ๊ย หรือว่าเจอคนในพรหมลิขิตเข้าแล้วนะ? แล้วริต้าก็ถามคำถามเพื่อดูความเข้ากันได้...เป็นจังหวะสำคัญในการเล่นมุกของเรื่องเลย ถ้าตอบถูกใจก็รอด ถ้าตอบไม่ถูกใจริต้าจะโดนเป่าทิ้ง (ต้องกำจัดนักฆ่านี่นา) ซึ่งบรรดาคำถามของริต้ามักมาแนวๆ...กินราเมงจากอะไรก่อน ดูเอนด์เครดิตหนังมั้ย และจบลงที่ริต้าไม่พอใจคำตอบแล้วกำจัดทิ้งตลอด ถถถถ

ในห้องทัมโปโปะของริต้ามีครูอีกสองคนคือ ฮานะจัง ใช้ระเบิด อยากพ้นโทษไปเจอพี่ชาย กับพระเอกของเรา (?) ดั๊ก นักต้มตุ๋น อยากพ้นโทษเพราะเสี้ยนบุหรี่ ในตัวละครหลักดั๊กเป็นคนเดียวเลยที่ไม่ได้อยู่สายบู๊ โดนริต้ากับฮานะบ่นตลอดว่าอ่อนแอจัง (คนอื่นเก่งเกินไปต่างหากนังหนู) พี่แกสายเหลี่ยม มือเท้าเบา และเน้นสู้แบบใช้กลยุทธค่ะ ความจริงเป็นหนุ่มหล่อตามสเปกอันดับ 1 ของริต้าแท้ๆ เสียดายตอนเจอกันช่วงแรกๆ แกล้งริต้าหนักไปหน่อย ต่อให้ตอนนี้หลงรักสาวเจ้า พูดอะไรริต้าก็ไม่เชื่อ คิดว่าเขาหลอกเล่นอย่างเดียว น้องบอกเกลียดนักตุ้มตุ๋นจริงๆ เลย! อนึ่ง ถึงโดนปืนจ่อหลายรอบ ตาดั๊กรอดมือน้องริต้ามาตลอดเพราะเป็นรุ่นพี่ค่ะ ทำงานด้วยกัน โมโหแล้วยิงทิ้งไม่ได้ 555555555 

เส้นเรื่องหลักของเรื่องคือทำงานครูพิเศษให้ครบปีจะได้พ้นโทษ สามารถเดินเรื่องได้เรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่มีปมปริศนากับตัวร้ายหลักอยู่นะคะ นอกจากครูใหญ่ที่ดูมีความเป็นมาน่าสงสัย ดูเหมือนบรรดานักฆ่าจะเพ่งเล็งเด็กที่ชื่อ "ไลลา" เป็นพิเศษ ถึงขั้นถูกคิดว่าโรงเรียนมีไว้เพื่อปกป้องเด็กคนเดียวด้วยซ้ำ เนื้อเรื่องยังไม่เปิดเผยว่าเพราะอะไรไลลาถึงโดนหมายหัว หนำซ้ำตัวร้ายเป็นพี่น้องฝาแฝดของริต้าด้วย โหดหน้ายิ้มเหมือนริต้าไม่มีผิด รอติดตามกันยาวๆ ว่าจะจบยังไง

สตอรี่มีทั้งแอคชันตูมตามกับเลิฟๆ ผสมกันแบบตลกๆ บรรดาครูห้องอื่นบุคลิกโดดเด่นมาก (และมีสกิลชั้นยอดสมกับที่ถูกเลือกมาทำหน้าที่ครูโรงเรียนนี้เชียวล่ะ) ทั้งนี้ มุกตลกในเรื่องไม่ใช่มุกลามกจกเปรตนะคะ ค่อนข้างเซฟเลยแหละ ส่วนตัวถือว่าเป็นเรื่องที่อ่านแล้วชอบ โดยจุดหนึ่งที่ชอบมากๆ ของเรื่องนี้คือตัวละครตายจริง ต่อให้นักฆ่าบางคนจะดูมี potential ในการเป็นตัวละครหลัก หรือน่าสงสาร แต่หน้าที่เหล่าครูคือต้องฆ่าทิ้ง ไม่งั้นจะตายซะเอง เลยไม่ปล่อยให้รอดค่ะ ต้องหักใจกำจัดทิ้ง ตรงนี้ทำให้น้ำหนักของเรื่องหนักขึ้นมา แสดงถึงความซีเรียสของสถานการณ์และดึงอารมณ์ร่วมได้ดี ไม่รู้สึกย้อนแย้งเชิงตรรกะ อ.ยูอยู่เขียนการ์ตูนต่อนะคะ ไม่ต้องกลับไปซ่อมกีต้าร์ละ

เพิ่มเติม อนุบาล Wars ลงให้อ่านในมังงะพลัสทั้งภาษาอังกฤษและไทย ลองไปเจิมดูก่อนได้ว่าใช่แนวหรือเปล่า ถ้าถูกจริตก็อยากให้สนับสนุนฉบับลิขสิทธิ์ค่ะ บนปกของสยามมีใบประวัติตัวละครกับสแตดด้วยเน้อ (。•̀ᴗ-)✧

งานภาพ :
น้ำหนักเส้นสมเป็นการ์ตูนโชเน็นดี ถึงจะวาดตัวละครดูปุ๊กปิ๊กกลมป๊อกแต่ลายเส้นดุดัน เส้นสปีดกับเอฟเฟกต์ฉากบู๊ก็เข้ากับเนื้อเรื่อง ชอบการวางช่องและการใช้หน้าคู่ของอ.ยูด้วย ตอนตบมุกด้วยหน้าคู่ 3 รอบติดอาจจะดูเหมือนเปลืองแต่มันได้อารมณ์มาก 5555555

ภาษา/การแปล :
มีจุดที่ใช้คำแปลกๆ หรือวางคำในประโยคผิดอยู่บ้าง เล่มละนิดละหน่อย เทียบกับเรื่องอื่นถือว่ามีจุดสะดุดเยอะเหมือนกัน (ก็เรื่องอื่นไม่สะดุดอะ) แต่ภาพรวมพอพูดได้ว่าแปลดีสำหรับสายคอเมดี้ เรื่องนี้สาดมุกพอกับสาดกระสุน แถมเด็กเต็มเรื่อง ภาษาเด็กๆ อ้อแอ้มาก 5555 เกณฑ์ของจขบ.คือมาแนวคอเมดี้ต้องแปลให้ขำ ถ้าอ่านแล้วขำคือรักษามาตรฐานได้ระดับหนึ่งละ ซึ่งตรงนี้ไหวอยู่ค่ะ (จุดที่เรียบเรียงแปลกมันไม่ช็อตฟีลขนาดนั้น)

ช่องทางการสั่งซื้อ


Friday, December 1, 2023

[นิยาย] รีวิว มือปราบ (วิญญาณ) คนนี้ชื่อคิมมูรยอง เล่ม 1 - 2



(เครดิตรูปปก : https://store.jamsai.com/)



ชื่อเรื่อง : มือปราบ (วิญญาณ) คนนี้ชื่อคิมมูรยอง เล่ม 1 - 2
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : everY
ผู้แต่ง : Todayspring (오늘봄)
แนวเรื่อง : Supernatural, BL


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
หนุ่มเก็บตัวเงียบขรึมผู้อาภัพ - มือปราบวิญญาณอัจฉริยะผู้แสนดี

เรื่องนี้ตัวละครเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายค่ะ ความสัมพันธ์ของเด็กๆ จะใสๆ นุ่มฟู มีความเอื่อยๆ เรื่อยๆ เหมาะแก่การเสพบรรยากาศและพักตับอย่างยิ่ง ใช้การบรรยายแบบสรรพนามบุรุษที่ 3 มีตัวเอกคือนายเอก คิมมูรยอง เดินเรื่องด้วยตัวเอกที่นิสัยดีมากๆ มันชุบชูใจละเกินนนน ╰(*´︶`*)╯♡

คิมมูรยองเกิดในตระกูลมือปราบวิญญาณ ถึงจะคลุกคลีกับเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นครอบครัวทั่วๆ ไปที่อบอุ่น ตัวมูรยองมีพรสวรรค์ชนิดหาตัวจับยาก ไม่ใช่แค่มีศักยภาพมากที่สุดในตระกูลตอนนี้ แต่มีพรสวรรค์ระดับร้อยปีจะโผล่มาสักคน ในเรื่องน้องจะทำงานเป็นมือปราบวิญญาณฝึกหัดด้วยการช่วยเหลือคนรอบตัวที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องเหนือธรรมชาติ  แต่มูรยองเป็นเด็กดีไปหน่อย เอาเข้าจริงต่อให้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ ถ้าช่วยได้ จะอะไรก็มาเหอะ...ช่วยหมดแหละ แทบจะรับทำสารพัดสิ่งไปแล้ว ใครมีเรื่องอะไรวิ่งมาหามูรยองได้เลย น้องจะช่วยเหลือแลกกับค่าตอบแทนเป็นของเก่าชิ้นเล็กๆ ค่ะ พวกของที่เจ้าของเรื่องเคยใช้ตอนเด็กๆ ประมาณนั้น ยิ่งเก่ายิ่งดี เช่น ยางลบ ยางมัดผม

ด้วยความหน้าตาดี อัธยาศัยดี มีน้ำใจ มูรยองเป็นคนเพื่อนเยอะมาก นับเป็นคนดังประจำโรงเรียนคนหนึ่งเลยแหละ ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่คนที่ไม่สนิทใจไปคุยด้วยหรือทำตัวตีซี้...สิทธิพิเศษย่อมเป็นของคนพิเศษๆ จะใครซะอีก พระเอกไง คีฮวานยองค่ะ นายคนนี้ก็เป็นคนดัง ดังเพราะหล่อมาก เพราะตัวสูงมาก และเพราะไร้มนุษยสัมพันธ์มากๆ ฮวานยองไม่ให้ใครแตะตัว ไม่มีเพื่อน และไม่คุยกับใคร (ทำงานกลุ่มกับคนแบบนี้ก็เครียดจริงแหละ ใครจะอยากทำงานกลุ่มด้วย เข้าใจๆ) เดิมทีมูรยองไม่คุยกับเขา เขาไม่คุยกับมูรยอง น่าจะไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกัน แต่ฮวานยองมาขอความช่วยเหลือจากมูรยองนี่สิ เป็นอาการปวดเมื่อยหนักไหล่สไตล์ผีเกาะ

มูรยองย่อมต้องช่วยค่ะ (คนดีจริงๆ เลย)

ฮวานยองเป็นคนมีต้นทุนดีในด้านของการเป็นมือปราบวิญญาณ คุณสมบัติร่างกายถึงขั้นดีกว่ามูรยองด้วย แต่ครอบครัวไม่ได้เป็นมือปราบ ไม่มีความรู้เรื่องผีสางปิศาจอะไรเลย (วิญญาณมนุษย์เรื่องนี้จะกลายเป็นปิศาจได้ถ้าเวลาผ่านไปนานวันเข้า) ชีวิตถึงได้อาภัพเพราะพลังที่ตกค้างบนร่างตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน สาเหตุที่ฮวานยองไม่ชอบสกินชิปเพราะคนที่มาแตะฮวานยองและมีรอยสัมผัสตกค้างจะถูกพวกผีที่เข้าใกล้ฮวานยองตรงๆ ไม่ได้กระโจนใส่นั่นเอง

สรุปแบบรวบรัดสั้นๆ คือฮวานยองมีพลังในการทำให้พวกวิญญาณทั้งหลายหายไปได้โดยไม่ต้องทำอะไรเลย แค่โดนตัวก็เป่าได้แล้ว ไม่ใช่การส่งไปภพภูมิอื่นดีๆ แต่ออกแนวกำจัดค่ะ (สกิลล้ำกว่ามูรยองมากเพราะไม่จำเป็นต้องตั้งท่าเตรียมตัวใดๆ) ที่มาขอให้ช่วยเพราะผีที่ตามตัวเองเป็นน้องสาวที่ตายไปแล้ว ฮวานยองเสียครอบครัวจนหมด ตอนนี้เหลือแต่น้องสาวที่ไม่ใช่คน หักใจทำร้ายน้อง+เสียครอบครัวคนสุดท้ายไม่ลง (ಥ﹏ಥ) เพราะอยากให้น้องได้ไปดีๆ เลยต้องหาคนมาช่วย และเคยเห็นมูรยองช่วยวิญญาณมาก่อน พี่แกก็คิดว่าอืม...มูรยองน่าจะทำไรได้

จากนั้นก็เป็นการพยายามหาทางจับและปลดปล่อยน้องของฮวานยอง กับรับคำขอจากคนอื่นไปพร้อมๆ กัน ถ้าไม่คิดอะไรมากก็อ่านเพลินๆ ดี ส่วนตัวคิดว่าเคสของฮวานยองใช้เวลานานกว่าเคสอื่นด้วยเหตุผลที่เราไม่ซื้อนะคะ เข้าใจว่าต้องให้เวลาตัวละครอยู่ด้วยกันนานๆ แต่เหตุผลไม่มีน้ำหนักพอจะทำให้คล้อยตามว่าทำไมปิดเคสไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ทั้งที่เป็นปิศาจรับมือยาก แถมยังหาตัวไม่เจอ มูรยองประวิงเวลาบอกว่าช่วงฝนตกรับมือลำบาก ให้รอหมดช่วงฝนชุกค่อยจัดการ อันที่จริงถ้ารับมือเองไม่ไหว ในบ้านมีมืออาชีพหลายคน ทั้งแม่ทั้งพี่ (เคยมีกรณีจับผีวันฝนตกที่ไม่ได้รับมือยากไม่ใช่เหรอ? ถ้าคำนึงถึงร่างกายที่พิเศษของฮวานยองกับระดับความอันตราย มูรยองไม่น่าตัดสินใจรอเพื่อเพิ่มความเสียงเลยนี่นา? ปกติยอมอดตาหลับขับตานอนเพื่อช่วยคนเดือดร้อนให้เร็วที่สุด แม้แต่กับเคสที่ไม่อันตรายเลยยังลงมือทันที แต่พอเป็นฮวานยองมูรยองดูปล่อยจอยเกิน มันดูขัดแย้งนิดหน่อยค่ะ)

ภารกิจการช่วยเหลือวิญญาณไม่ได้คอขาดบาดตายหรือหลอนมาก วิญญาณที่โผล่มาส่วนใหญ่จะค่อนข้างคุยง่าย ใครต้องการความหลอนคงไม่ตอบโจทย์ เราคิดว่าเรื่องนี้เด่นเรื่องของสายสัมพันธ์ระหว่างคนมากกว่าค่ะ

พูดเรื่องจังหวะเสริมสักนิด สไตล์การเล่าเรื่องเป็นแบบตัดฉับไปมา เช่น เล่ามาเป็นลำดับ 1 2 3 แล้วอยู่ๆ โดดไป 5 เลย ข้ามเลข 4 แล้วค่อยมาอธิบายย้อนความทีหลัง...ว่าไงดี ออกแนว >> มูรยองรับงาน มูรยองลงมือทำงาน มูรยองพบเหตุการณ์อะไรสักอย่างระหว่างงาน >> ตัดฉับมาวันถัดไปที่ทุกอย่างเคลียร์แล้ว แล้วมูรยองค่อยมาเล่าว่าผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ยังไง ทำนองนี้

ด้านเลิฟไลน์ ยังไงก็ยังเป็นเด็กนักเรียนกันอยู่ 2 เล่มแรกค่อนข้างใสเลยค่ะ เอ็นดูความแอบหวงแอบห่วง เขินเองนอยเอง...อยากตะโกนออกไปว่า พวกแกกกก นั่นมันเกินเพื่อนแล้ว มันไม่ใช่เพื่อนนนนนน ซึ่งช่วงเล่ม 2 ทั้งฮวานยองทั้งมูรยองก็ดวงตาเห็นธรรมจนได้ (สักที 55555) ไปรอลุ้นเล่มจบกันต่อ  

ตัดเรื่องตะขิดตะขวงใจเล็กๆ น้อยๆ ตามที่บ่นไปกับการแปลที่อ่านแล้วขมวดคิ้วเป็นระยะ เรายังคงชอบเรื่องนี้นะคะ โดยส่วนตัวชอบไวบ์ตัวละคร ชอบความใสๆ ฟลัฟฟี่ๆ ตามสไตล์นักเรียนมัธยม และเรื่องที่มีแต่คนดีๆ ไม่มีตัวร้ายเป็นทุน มันอ่านแล้วสบายใจ ให้คะแนนไบแอสตรงนี้เยอะ 555555555

ภาษา/การแปล :

ไม่ประทับใจเท่าไหร่ ผิดคาดมากสำหรับเครือแจ่มใส ก่อนหน้านี้เคยอ่านแปลเกาหลีของเครือนี้มาหลายเรื่อง เรื่องที่ไม่สปาร์กก็ไม่สปาร์กเพราะตัวเนื้อเรื่องเอง (เช่น Business Proposal อ่านขำๆ จอยๆ ได้ แต่ไม่เข้าสไตรค์โซน) ส่วนเรื่องนี้ทั้งสไตล์เรื่องทั้งตัวละคร ชอบมาก แต่อรรถรสการอ่านถดถอยลงไปไม่น้อยเพราะการแปลไม่ใช่แนวค่ะ หลักๆ คือรู้สึกว่าการเรียบเรียงมีจุดแปลกๆ และจุดที่ล้มสุดคือคำซ้ำ 

ตัวอย่างที่เห็นว่าแปลก ย่อหน้าเดียวกัน แต่ "เขา" ที่ใช้ชี้ตัวบุคคลเหมือนจะหมายถึงคนสองคน ไม่ใช่ว่ามันควรจะชี้ตัวไปที่คนคนเดียวก่อนเหรอ? หรืออ่านไม่แตกเอง...


อ่าน 2 บรรทัดบนเข้าใจ พอมี 2 บรรทัดล่าง...มันแปลกอะ นี่อ่านแล้วรู้สึกแปลกมาก จริงๆ ตั้งแต่บอกว่าอีก(หนึ่ง)เรื่อง ไม่ต้องมีคำว่า 'อยู่เพียงเรื่องเดียว'  ย้ำท้ายประโยคก็ได้ไหมนะ? 
ไปๆ มาๆ เลยสรุปได้ว่าเรียบเรียงแปลกค่ะ (แถมใช้คำว่า "เดียว" เต็มย่อหน้าเลย) 

อันนี้ค่อนข้างชัดเช่นกัน หลังคำว่าด้วยเป็นการขยายกริยาคำว่าพูด ดันเอาไปวางไว้ท้ายประโยคเฉย กลายเป็นขยายคำว่านั่งไปแล้ว ตรงนี้เลยอ่านแปร่งๆ ทันที คิดว่าอ่านประโยคจบแล้ว...อ้าว มันมีต่อนิ

เรื่องเรียบเรียงแปลกเป็นยาวๆ นะคะ
ใดๆ ก็แล้วแต่ เอาจริง จุดที่จขบ.ไม่โอเคสุดเป็นเรื่องคำซ้ำสุดจะฟุ่มเฟือย
สารภาพตามตรงว่าต้นเล่มแรกเราเอียนคำว่า "ก็" หนักมาก
มันเต็มไปหมดทั้งหน้าเลยอะ และไม่ได้เป็นหน้าเดียว 
อันนี้ตัวอย่าง แค่ 1 ย่อหน้า ยาว 4 บรรทัดซัดไป 4 "ก็" 
มันน่าจะเรียบเรียงสรรหาคำมาใช้ได้มากกว่านี้ไหมนะ ยิ่งรวมกับปัญหาคำซ้ำอื่นและการเรียบเรียง มันขัดมู้ดมากพอควรเลย เราวางหนังสือตั้งสติหลายรอบมากเพื่ออดทนอ่านต่อ (╥ω╥)


อยากปล่อยจอยอ่านชิวๆ แต่พอสะดุดแล้วก็เหมือนมีอันต้องหวาดระแวงติด caution ไปตลอด คำซ้ำซ้อนมันมีได้ แต่บางทีฟุ่มเฟือยเกินเหตุ บางจุดตัดไปไม่กระทบความหมายการอ่านแท้ๆ ใส่มามีแต่ทำให้อยากกระอักเลือดอะค่ะ (ซ้ำเยอะไปไหน) อย่างกรณีการใช้สันธาน ไทยมีคำเยอะ เจอแบบนี้มีเหม่อเพราะความรุ่มรวยหายหมดเลย (╥ω╥) 
ตัวอย่างคำซ้ำอื่นๆ





บ่นจนแทบจะเหมือนแอนตี้มาดิสเครดิตแล้วเนี่ย พอก่อนดีกว่า... *เก็บมือ*

ช่องทางการสั่งซื้อ

Wednesday, November 22, 2023

[นิยาย] รีวิว DEAD MAN SWITCH ฝ่าวิกฤตปิดสวิตช์ตาย เล่ม 1 - 3

(เครดิตรูปปก : https://store.jamsai.com/)


ชื่อเรื่อง : DEAD MAN SWITCH ฝ่าวิกฤตปิดสวิตช์ตาย
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : everY
ผู้แต่ง : อาอีเจ
แนวเรื่อง : Survival, Horror, Fantasy, BL

 

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
รุ่นพี่สุดโฉด น่ากลัวตั้งแต่รูปลักษณ์ นิสัยใจคอ ยันพฤติกรรม x รุ่นน้องคนธรรมดา คนดี(เกินไป)ที่ไม่ได้โลกสวย

warning เรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ ไม่แน่ใจว่าจะเก็บหมดหรือเปล่า ตัวละครหลักที่คอยดำเนินเรื่องสภาพจิตไม่ปกติ ธงแดงเลยอันเท่าบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย จะลองเรียงๆ เท่าที่นึกออกดูนะคะ

🚩เลือด, การฆ่าตัวตาย, การฆ่า, การสังหารหมู่, ศพ, การใช้กำลังทำร้ายร่างกาย, คำหยาบ, การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน, การมีเพศสัมพันธ์แบบกึ่งสมยอม, การคุกคามทางเพศ (พระเอกชอบพูดลามกและจับไปทั่วแบบไม่ดูสถานการณ์), ความสัมพันธ์เป็นพิษ, อาการผิดปกติทางจิต, ภาวะซึมเศร้าและหดหู่
เพิ่มเติม : มีการทำร้ายคนแก่จนตาย, ความพรของอิพี่ยองวอน นอกจากไม่ค่อยจะยอมใช้ถุงยางยังมีฉาก footjob ด้วยค่ะ (ฮยอนอึ้ง รุ่นพี่เอาตีนผมไปทำอะไร...)


ใช้การบรรยายแบบสรรพนามบุรุษที่ 1 เล่าเรื่อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นมุมมองของชองโฮฮยอน (นายเอก) แต่นับจากเล่ม 2 ไปจะมีมุมมองของคียองวอน (พระเอก) แทรกมาบ้าง

เล่ารวบรัดแบบติดสปอยนะคะ ใครอ่านมาแค่เรื่องย่อหลังปกพึงระวังเด้อ

เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือเนื้อเรื่องหลัก (เล่ม 1-2) กับ เนื้อเรื่องเสริม (เล่ม 3) 
เล่ม 1 - 2
ชองโฮฮยอนปั่นงานโต้รุ่ง พอส่งงานเสร็จก็สะโหลสะเหลหลับยาวไม่รู้เรื่อง ตื่นมาอีกทีก็มีซอมบี้เพ่นพ่านในมหาลัย สาธารณูปโภคยังพอใช้ได้อยู่แต่เน็ตใช้ไม่ได้ โทรศัพท์ไม่ได้ ตอนกำลังหนีในสภาพตั้งสติไม่ทันก็เจอผู้ชายแปลกๆ คาดแมสก์ถือขวานเปื้อนเลือดทัก ดูเหมือนจะเป็นรุ่นพี่ แต่โฮฮยอนคิดให้ตายก็คิดไม่ออกว่าไปไม่รู้จักคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม คุณรุ่นพี่ที่บอกว่าตัวเองชื่อคียองวอนน่าขนหัวลุกเกินไป ในเมื่อเจ้าตัวบอกว่ารู้จักก็ตามน้ำไปก่อนแล้วกัน โฮฮยอนเป็นพวกอยู่เป็นและรู้จักอ่านสถานการณ์ ไม่อยากสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

ความประทับใจต่อรุ่นพี่คียองวอนไม่ค่อยดีนัก (ดีก็แปลกละ...) ในสถานการณ์ที่ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย เนื้อแท้ใครเป็นยังไงเปิดเผยออกมาหมด โฮฮยอนค่อนข้างประนีประนอมและไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวาย พยายามรักษาความปรองดองสุดฤทธิ์ ในทางกลับกันรุ่นพี่ด่าหมดไม่สนลูกใคร โซตัสเหรอ? ด่าสวนแม่ง ใช้กำลังเหรอ? อัดแม่ง...เป็นทุ่นระเบิดเดินได้ที่คอยเกาะหนึบโฮฮยอนเป็นปลิง ไอ้ที่อุตส่าห์คอยช่วยชีวิตมันก็น่าขอบคุณอยู่หรอก แต่โฮฮยอนไม่เข้าใจเลยว่ารุ่นพี่คอยกระเตงภาระอย่างตัวเองไปเพื่ออะไร แถมพูดจากันดีๆ ไม่ได้นะ ชี้นิ้วสั่งตลอด คำพูดคำจารึก็ถ่อยสถุนฝูงสัตว์ชุกชุม ในช่วงแรก โฮฮยอนออกแนวเชื่อฟังรุ่นพี่เพราะถูกข่มขู่มากกว่า อนึ่ง สถานการณ์มันซีเรียสก็จริง ถึงอย่างนั้น ในการเล่าเรื่องมันมีมุมขำๆ อยู่นะคะ น้องฮยอนจะมีไดอะล็อกประจำที่คิดอยู่ในหัวบ่อยๆ เช่น...อาวุธในมือรุ่นพี่ไม่ได้เตะตาเลยนะ...นี่รุ่นพี่ชมหรือด่าน่ะ ซะเมื่อไหร่ ด่าอยู่เห็นๆ...ประมาณนี้ค่ะ ส่วนใหญ่รับบทตบมุก บางครั้งบางคราวฟิตจัด ชงเองตบเองเลย ขยันสุดๆ

พาร์ทเอาชีวิตรอดจะเล่าเรื่องเริ่มจากฮยอนตื่นขึ้นมาเจอโลกเปลี่ยนไป มีซอมบี้เพ่นพ่านเต็มไปหมด ต่อด้วยการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่จะโดนฉีกโดนทึ้งอย่างอนาถ ตั้งเป้าหมายว่าจะทำอะไร จะหนีออกไปไกลถึงขนาดไหน จะแวะไปสถานที่ไหนต่อ...ประมาณมิชชันที่กำหนดปลายทางเอาไว้และหาทางว่าเพื่อไปถึงที่นั่นจะเลือกเส้นทางไหนและหาทางฝ่าซอมบี้กับคนเห็นแก่ตัวทั้งหลายเพื่อไปให้ถึงค่ะ

ระหว่างทางฮยอนจะมีพี่ยองวอนเป็นพาร์ทเนอร์ที่พึ่งพาได้ การหนีซอมบี้เรื่องนี้สมบุกสมบันมากค่ะ ไม่มีอาวุธพิเศษใดๆ ใช้ของที่หยิบจับได้จากใกล้ๆ ทั้งนั้น ไม่มีการกลายพันธ์ุ ไม่มีพลังพิเศษ เป็นการเอาชีวิตรอดของมนุษย์ธรรมดาของแท้ ดังนั้นเลยเจ็บตัวกันตลอดเรื่อง ระหว่างทางฮยอนแทบไม่เคยมีสภาพสมบูรณ์เต็มร้อยเลย เจ็บตัวบ้าง ไข้ขึ้นจนซมบ้าง เพื่อนร่วมทางที่เจอกันระหว่างทางก็ล้มตายกันหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากซอมบี้หรือจากมนุษย์

สปอยสำคัญของเรื่องคือคุณพระเอก

ตั้งแต่ต้นพี่แกจะเป็นคนแปลกๆ ไอ้เรื่องทุบแหลกไม่แยกคนกับซอมบี้ไม่เท่าไหร่แต่คุณพี่เขาดูรู้ไปหมดทุกเรื่อง สถานที่แต่ละแห่งเป็นยังไง จังหวะเวลาที่เหมาะสมในการลงมืออยู่ช่วงไหน ไม่ใช่แค่ช่ำชอง แต่ยังกับรู้อนาคต แถมยังดูรู้จักฮยอนดีเกินกว่าคนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ตรงจุดนี้จะมีเฉลยตอนจบเล่ม 1 พอดีว่าคียองวอนติดลูปค่ะ...ตายซ้ำตายซากในลูปมาจนไม่นับแล้วว่ากี่ครั้ง เงื่อนไขการเริ่มลูปใหม่คือการตายของฮยอน ทุกครั้งที่ฮยอนตาย พี่ยองวอนจะฟื้นกลับขึ้นมาในวันแรกที่มีซอมบี้เพ่นพ่าน เป็นสาเหตุให้หมกมุ่นกับฮยอนมาก พี่ยองวอนติดลูปจนเสียสติไปแล้ว แพนิคสุดๆ ฉะนั้นฮยอนห้ามตายอีกเด็ดขาด คลาดสายตาก็ระแวง กลัวไปตายโดยที่ตัวเองไม่รู้ไม่เห็น แกเหนื่อยจะเริ่มต้นใหม่ แถมเสียดายความสัมพันธ์ด้วย ในส่วนหลังมีการอธิบายว่า ลูปก่อนๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ยองวอนกับฮยอนไม่เคยดีเท่าครั้งนี้ค่ะ (อย่างแย่คือพี่ยองวอนสติหลุดจนพยายามฆ่าฮยอนมาแล้ว เป็นแผลใจฝังเลยว่าโดนเกลียดเพราะเรื่องนี้) พอรอบนี้ฮยอนดีกับแกมาก ไม่กลัวแกจนผวาเท่าลูปก่อนๆ ยิ้มให้อีกต่างหาก พี่ยองวอนเลยไม่อยากตาย ถ้าตายทุกอย่างจะโดนรีเซ็ต

หลังรู้ความจริงและเข้าใจที่มาของพฤติกรรมพี่ยองวอน ฮยอนโอ๋พี่หนักมาก 555555 น้องมันสายใช้ไม้อ่อนสู้อยู่แล้ว พอรู้ทรอม่าพี่ก็ยิ่งดีกับพี่มันมากๆ ตั้งแต่เล่ม 2 นอกจากความกลัวโดนทุบยังมีความเห็นอกเห็นใจให้ด้วย ผ่านความลำบากด้วยกันมาก็ค่อยๆ กลายเป็นความรักไปแหละ เพียงแต่พี่ยองวอนขัดมู้ดเก่งเกิน พอได้เน้ดก็สนแต่จะเน้ด หาทางจะเน้ดอยู่ตลอด บางจังหวะจะตายหองอยู่แล้วยังมาอยากอีก สงสารฮยอนมาก เหนื่อยจะด่า ด่าไปก็ไม่สะเทือน โดนสวนหน้าหงายอีก

ตอนจบเล่ม 2 ฮยอน พี่ยองวอน กับเดอะแก๊งออกมาถึงพื้นที่ปลอดภัยสำเร็จค่ะ ซอมบี้เป็นของจริงและถูกกั้นให้อยู่ในเขตมหาลัย ถูกทรีตประมาณเป็นพื้นที่โรคระบาด ภายนอกไม่เสี่ยงเข้าไปให้ความช่วยเหลือ มีคนออกมาก็ยิงทิ้ง พวกทหารไม่รู้เรื่องรู้ราวเรื่องและทำตามคำสั่ง กว่าจะทำให้ยอมเชื่อและได้รับการช่วยเหลือ เด็กๆ พวกเราโดนยิงด้วยค่ะ สู้ชีวิตกันสุดๆ (╯︵╰,) พอถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ในที่สุดฮยอนก็รู้สถานการณ์ข้างนอก ได้เจอครอบครัวอีกครั้ง แล้วน้องก็ไปสารภาพรักพี่ยองวอนที่ห้องผู้ป่วย

เล่ม 3
เนื้อหาหลังรอดตายว่าด้วยการใช้ชีวิตต่อ ยองวอนได้ออกจากโรงพยาบาลก่อน ส่วนฮยอนเลือดมีลักษณะพิเศษเลยถูกพาตัวไปเจาะเลือดแทบพรุนและต้องคอยให้ความร่วมมือในการช่วยทางการทำยา ซึ่งพี่ยองวอนแสดงออกชัดมากว่าไม่ชอบที่น้องโดนทรีตเป็นถุงเลือด ใครจะเป็นจะตายทำไมต้องรับผิดชอบด้วย ทำไมต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว ซึ่งแม้ฮยอนสุขภาพแย่ลงมากแต่ก็ให้ความร่วมมือค่ะ ตัวน้องเข้ารับการรักษา พบแพทย์เพื่อฟื้นฟูจิตใจจนอาการดีขึ้นด้วย ส่วนพี่ยองวอนจะเป็นทีมต่อต้านไม่ให้ความร่วมมือ กระทั่งออกจากโรงพยาบาลก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปไหนเลย และเกลียดการเข้าสังคม การอยู่ร่วมกับคนอื่น (นอกจากฮยอน)

ทั้งฮยอนทั้งพี่ยองวอนยังได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ซอมบี้มากๆ ทั้งคู่ ในช่วงแรกๆ ก็จะมีปัญหากับของมีคม ดูหนังซอมบี้ดีๆ ไม่ได้ ฝันร้าย หลับไม่อิ่ม ตัวยองวอนถ้าไม่เห็นฮยอนบางทีก็จะแพนิค แต่ก็พยายามสู้ไปด้วยกันจนกระทั่งเข้าเรียนต่อ (เรียนที่อื่น เพราะมหาลัยเดิมกลายเป็นดงซอมบี้ไปแล้ว) สองคนนี้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ค่อยๆ ประคับประคองกันไปจนตอนหลังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ หลังเรียนจบฮยอนเป็นพนักงานบริษัท ส่วนพี่ยองวอนเป็นศิลปิน (สายศิลป์นะคะ ไม่ใช่นักร้อง) กับเพื่อนๆ ที่รอดตายมาด้วยกันก็ติดต่อกันสม่ำเสมอและนัดเจอกันบ้าง

สปอยสำคัญของเล่ม 3 ยังคงเป็นคุณพระเอก

เฉลยว่าซอมบี้มายังไงเล่มนี้ค่ะ เกี่ยวพันกับพี่ยองวอนนั่นเอง แรกสุดยองวอนไม่คิดจะพูดออกมาเพราะกลัวโดนฮยอนเกลียด ใครเกลียดแกแกไม่สน แค่ฮยอนคนเดียวที่ไม่ได้ แต่น้องกังวลว่าพี่มันมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากฟัง หลังทำใจได้ก็เล่าให้น้องฟัง...เรื่องคือพี่ยองวอนไปกินเหล้ากับเพื่อนที่ห้องทดลอง ตอนไปเข้าห้องน้ำ ด้วยความที่มืด+เมา เหมือนแกจะไปสับสวิตช์แปลกๆ อะไรเข้าทำให้เชื้อบางอย่างกลายพันธุ์และเป็นที่มาของซอมบี้ 

ฮยอนแสนดีมากๆ คือน้องมันไม่ได้เข้าข้างว่าพี่ทำดี พี่ทำถูก แต่พูดประมาณว่าพี่รู้สึกผิดมามากพอแล้ว อยากให้พี่ปล่อยวาง ฮยอนอยากให้ใช้ชีวิตดีๆ ต่อไปน่ะค่ะ อุตส่าห์รอดมาแล้วอะเนอะ ( ; ω ; )

เนื้อหาเล่ม 3 ส่วนใหญ่จะเป็น nc ถามว่าเยอะขนาดไหน รวมๆ กันน่าจะเกินครึ่งเล่มเลยค่ะ 5555555 ขนาดเล่ม 2 ยังไม่ได้ยืนยันสถานะพี่ยองวอนแกยังเง่นตลอดเวลา เล่ม 3 พอเป็นแฟนเต็มตัวคือกอบโกยผลประโยชน์เต็มที่ ถือว่าน้องมันตามใจตัวเอง กระเง้ากระงอดงอนทุกอย่างแล้วหาเรื่องจับถอดเป็นว่าเล่น พอเดินเรื่องด้วยมุมมองยองวอนทำให้รู้ว่าแกจงใจงี่เง่า และก็รู้ด้วยว่าน้องมันเอือม แต่แกอยากให้แฟนเอาใจ แล้วก็ชอบตอนน้องมันทำหน้าลำบากใจตอนตัวเองพล่ามไร้สาระ เลยไม่หยุด และจะกวนต่อ 5555555 

ภาษา/การแปล :
อ่านลื่นไหลดีค่ะ อาจเพราะเดินเรื่องด้วยสรรพนามบุรุษที่ 1 เวิดดิ้งเลยมีความภาษาพูดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ใช้คำแข็งทื่อไร้ความสละสลวยจนเกินไป  เรื่องนี้รุ่นพี่ยองวอนปากหมามาก ด่ากราดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ในส่วนคำพูดของคุณพี่เขาเลยมาเต็มแบบไม่ติดเซนเซอร์ เหี้ยเป็นเหี้ย แต่ก็มีขอบเขตอยู่ ไม่ได้ขึ้นมึงกู และเวลาพี่แก dirty talk นี่ก็ลุ้นว่าพี่คงไม่พูดฆวยใช่ไหมคะ...สรุปใช้คำว่า 'ไอ้นั่น' ซึ่งส่วนตัวว่าระดับภาษาประมาณนี้แหละดีแล้ว เนื่องจากเป็นเกาหลี เสียงท้ายชื่ออย่าง 'อา' (เช่นยองวอนอา) มีเก็บไว้นะคะ ส่วนคำอื่นๆ แปลปกติค่ะ เช่นพี่หรือรุ่นพี่ เอ็นดูการเรียกตัวเองว่าพี่ยองวอนมาก ตัวอย่างประโยคอย่าง 'พี่ยองวอนงอนแล้ว' เราว่าพอใช้คำว่าพี่ มันดูจั๊กจี้น่ารักๆ ดีค่ะ ถ้ามีคำไทยให้ใช้ เราอยู่ทีมแปลค่ะ ไม่ชอบทับศัพท์

ช่องทางการสั่งซื้อ

[นิยาย] รีวิว โปรดลืมว่าเราไม่เคยรักกัน


 (เครดิตรูปปก : www.nabu-online.com)



ชื่อเรื่อง : โปรดลืมว่าเราไม่เคยรักกัน
สถานะ : 2 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Taisei Books

ผู้แต่ง :  YunJian
แนวเรื่อง : โรแมนติก, แฟนตาซี (นิดๆ), BL


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :

ชีวิตคู่ที่ไม่หวานชื่นเท่าไหร่เปลี่ยนไปเพราะคุณสามีไปรบแล้วกลับมาในสภาพความจำเสื่อม จากคนเย็นชากลายเป็นคนคะขาคลั่งรักเฉยเลย

เหมาะสำหรับผู้ต้องการความน้ำเน่ายุงชุม คลิเช่ๆ (´• ω •`)ノ

🚩 ผู้ชายท้องได้ การขืนใจ การข่มขู่ กักขังหน่วงเหนี่ยว การบังคับควบคุม คู่รองค่อนข้างท็อกซิก อาจจะติดธงได้อีกหลายอย่าง

เนื้อหาโดยรวมไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเท่าไหร่ เฉินจิ่น (นายเอก) หลงรักลู่เทา (พระเอก) เลยหาเรื่องแต่งงานกับเขาให้ได้ แต่การแต่งงานที่เกิดจากการบีบบังคับไม่ทำให้มีความสุขเลย นายเอกที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจเผชิญหน้ากับความเย็นชาของสามีจนสำนึกได้และคิดจะหย่า ไม่รู้ฟ้าชังหรือสวรรค์แกล้ง คุณสามีดันความจำเสื่อมจากพิษเซิร์กแล้วหันมาหลงตัวเองหัวปักหัวปำ อะไรที่เคยต้องการจากสามีแล้วไม่เคยได้รับก็ได้ตามประสงค์...มาอีหรอบนี้ถึงได้ตัดใจหย่าไม่ลงและขอยื้อความสัมพันธ์ต่อไป 

ไม่นานหลังจากนั้น พระเอกคนเดิมค่อยๆ ได้สติกลับมาสลับกับโหมดตอนความจำเสื่อม แน่นอนว่าต้องหึงหวงตัวเองอีกร่างที่ปากหวานเอาใจเก่งจนนายเอกเอาแต่เพ้อหา พอรู้ว่าตัวตนดั้งเดิมของสามีกลับมาทีละน้อย นายเอกอดเศร้าใจไม่ได้ (ก็หลัวร่างความจำเสื่อมขยันทำการบ้านแถมช่างเอาใจอะเนอะ) และหันมาใคร่ครวญเรื่องการหย่าอย่างจริงจังอีกครั้ง มีรูปแบบมาตรฐานความคลิเช่อย่างการอุ้มท้องหนี แต่โดยรวมปิดจบด้วยดี รวมถึงเรื่องบุคลิกพระเอกด้วย

หันมาทางฝั่งคู่รอง เป็นคู่ของพี่ชายนายเอกกับเมะเด็ก เนื้อหาของคู่นี้เยอะพอควร ส่วนใหญ่อยู่ในเล่ม 2
ทางฝั่งคุณน้องไปบังคับเขามาแต่งงานด้วย ฝั่งคุณพี่โดนเด็กบังคับขืนใจ แบล็กเมล และสารพัดสารพัน เป็นคุณชายตกต่ำที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด และแม้จะโดนกระทำย่ำยียังไง สุดท้ายคุณพี่ก็อภัยให้เขาที่เสี่ยงอันตรายมาปกป้องตัวเองจนบาดเจ็บ สุดแสนจะคลิเช่ไปเลย ( ̄▽ ̄) แต่ช่วงจบเรื่องก็ไม่ได้บอกว่าขาของหลัวเด็กหายดีนะ อาจจะหายขาดหลังจากนี้ล่ะมั้ง

ภาพรวมเรื่องนี้คือโป๊มาก พรมาก สิ่งที่ติดตรึงใจไม่ใช่เนื้อหา เพราะแจกศีลแจกพรไปครึ่งเรื่อง บรรยายเน้นๆ dirty talk จัดเต็ม คู่พี่ชายใช้อุปกรณ์ด้วยล่ะ (*ノ▽ノ) เหมาะกับการอ่านพักสมอง

ภาษา/การแปล :
อ่านไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดไหนชะงักเป็นพิเศษ บทอัศจรรย์เห็นภาพมาก...

ช่องทางการสั่งซื้อ


 

Thursday, August 10, 2023

[มังงะ] รีวิว ต่อให้ปากจะฉีกก็ไม่บอกรักเธอหรอก


 (เครดิตรูปปก : https://thailand.kinokuniya.com/)




ชื่อเรื่อง : ต่อให้ปากจะฉีกก็ไม่บอกรักเธอหรอก
สถานะ : ยังไม่จบ 
สำนักพิมพ์ : Luckpim
ผู้แต่ง :  Akari Kajimoto
แนวเรื่อง : แฟนตาซี, โรแมนติก, คอเมดี้
Other : ลงแอพ Manga Plus (ENG)


ความรู้สึกหลังอ่าน


เนื้อเรื่อง :
หนุ่มม.ปลายที่หลงรักพี่สาวสิ่งลี้ลับตำนานเมือง - สาวปากฉีกที่พยายามทำให้ไอ้หนุ่มมันกลัวตัวเองให้ได้

อีกหนึ่งโรแมนซ์จากสายโชเน็นที่เป็นมิตรต่อใจแต่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ (ว้านหวาน หวานตัดขา)

มนุษย์เต็มตัวโคอิจิคุงมีคู่หมั้นเป็นตำนานเมืองอย่างสาวปากฉีกคุณมิโรคุ ตระกูลของโคอิจิไม่ได้เพิ่งแต่งงานกับสิ่งลี้ลับ แต่คุณน้องก็จิตใจแข็งแกร่งเกิน ไม่ใช่แค่เต็มใจอยากแต่ง ออกแนวกระเหี้ยนกระหือรืออยากแต่งให้ได้ อยากแต่งให้ไว ชอบคุณมิโรคุสุดๆ ทำเอาสาวเจ้างง ปกติมันต้องกลัวดิ นี่สาวปากฉีกมั้ย โคอิจิบอกไม่ ก็คุณมิโรคุน่ารักอะ

หนุ่มน้อยที่อยากแต่งงานกับพี่สาวที่ไม่อยากแต่งเลยมาพนันกันยกหนึ่ง ภายใน 1 ปี ถ้าคุณมิโรคุทำให้โคอิจิกลัวได้ หมั้นเหมิ้นอะไร ยกเลิกให้หมด แต่ถ้าโคอิจิไม่กลัวจริงๆ ก็มาแต่งกันเถอะ...พูดตรงๆ คุณมิโรคุงานหนักมาก ไอหนุ่มมันคลั่งรักจัด หนำซ้ำยังประสาทแข็งผิดมนุษย์มนา บางจังหวะคุณมิโรคุไม่ได้ตั้งใจจะหลอกให้กลัวแต่เกิดอุบัติเหตุบางอย่างทำขากรรไกรล่างหลุด (...ก็ปากฉีกนี่นา) เด็กมันไม่กลัว แถมช่วยหาด้วยว่าขากรรไกรไปอยู่ไหนแล้ว...คุณมิโรคุยอมแพ้เหอะ 555555

ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาตำนานเมืองต่างๆ บรรดาตัวละครฝั่งมนุษย์มีบทไม่มากนัก (เช่นเพื่อนๆ จากโรงเรียนของโคอิจิ) สิ่งที่น่าสนใจนอกจากการเดิมพันของคุณมิโรคุกับโคอิจิคือการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไปของเหล่าสิ่งลี้ลับตำนานเมือง แถมตระกูลของโคอิจิดูมีที่มาน่าสงสัยพิกลนะ? 

ตอนนี้ไทยออกมา 3 เล่ม หนุ่มน้อยบนปกเล่ม 3 อีกคนคือน้องชายคุณมิโรคุ เรื่องนี้ไม่มีรักหลายเส้าค่ะ สถานการณ์จำนวนเล่มตามหลังญี่ปุ่นอยู่พอสมควร ช่วงหลังโคอิจิคุงตบมุกดุดันมาก breaking the 4th wall ไม่เกรงใจตำแหน่งพระเอก (=`ω´=) อนึ่ง เมนจขบ.คือคุณอุดะ ในเรื่องให้ฟีลประมาณผู้ดูแลของโคอิจิคุง คุณเขาฮอตมากค่ะ ตอนจัดอันดับความนิยมตัวละครก็ฟันอันดับ 1 ไปด้วยคะแนนทิ้งห่าง ได้รับความรักจากด้อมสุดๆ เป็นตัวละครขายเท่ก็ไม่ใช่แต่ทำไมคนรักเยอะนัก เผื่อตกหลุมด้วยกัน ลองมาสัมผัสเสน่ห์คุณเขาได้เลยค่ะ (´。• ᵕ •。`) 💗 << โคอิจิคุงกับคุณมิโรคุกำหมัดให้การขายนี้

ด้วยความลำเอียง ขอแปะรูปพิอุดะจากทวิตอ.คาจิโมโตะ (´ ∀ ` *)

(เครดิตรูป : Twitter @kajimotoakari)

ตอนที่นั่งพิมพ์อยู่นี้ทางอฟช.ออกมาประกาศว่าใกล้จบมากแล้ว เรื่องนี้มีลงในแอพมังงะพลัสของชูเอย์ฉะ อัพเดททุกๆ 2 สัปดาห์ สามารถเข้าไปทดลองอ่านได้ฟรี แต่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ 

งานภาพ :
ลายเส้นของสาวปากฉีกจะต่างจากการ์ตูนโชโจที่มีความวิ้งวับ สกรีนโทนเป็นประกาย โดยน้ำหนักลายเส้นจะหนักแน่น อีกทั้งด้วยความที่ตัวหลักไม่ใช่มนุษย์ โทนสีจึงอึมครึมเล็กน้อยและเต็มไปด้วยสกรีนโทนค่อนข้างเข้ม ในเรื่องไม่มีซีนสยองขวัญสั่นประสาทชวนแหวะ สามารถอ่านได้ชิวๆ (มีที่วาดให้ออกมาดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่น้อยมากและไม่ได้ขายหลอนขนาดนั้น)

ช่องทางการสั่งซื้อ

[นิยาย] รีวิว 1995 หวนวารวันฉันและนาย เล่ม 1 - 3

(เครดิตรูปปก : www.naiin.com)


ชื่อเรื่อง : 1995 หวนวารวัน ฉันและนาย
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Lilac
ผู้แต่ง : อ้ายค่านเทียน (Ai Kan Tian)
แนวเรื่อง : Slice of life, BL

 

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :

🚩 Pseudo-incest (พี่น้องไม่แท้), การฆ่าตัวตาย, การฆ่าคนและการใช้ความรุนแรง, การลักพาตัว

เปิดไว้ก่อนว่าหลีโจว (นายเอก/พี่ชาย) กับหลีเจียง (พระเอก/น้องชาย) เป็นพี่น้องกันค่ะ ถึงจะคนละพ่อละแม่แต่ก็โตมาด้วยกัน ถูกเลี้ยงมาอย่างพี่น้อง มารู้ความจริงว่าหลีโจวถูกรับมาเลี้ยงตอนหลีโจวอายุ 15 หลีเจียงอายุ 13

หลีโจวเป็นวิญญาณนั่งเฝ้าอยู่ตรงหลุมศพตัวเอง สมัยมีชีวิตอยู่ความสัมพันธ์กับน้องชายย่ำแย่ ถึงอย่างนั้นหลีเจียง น้องชายก็แวะมาเยี่ยมหลุมศพสม่ำเสมอ นานวันเข้าหลีโจวก็ปลงตก ปล่อยวางความรู้สึกสมัยยังมีชีวิตอยู่ แต่น้องชายกลับมาฆ่าตัวตายหน้าหลุมศพ หลีโจวที่ปล่อยวางได้แล้วเป็นวิญญาณ จะห้ามก็ห้ามไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ย้อนมาเป็นตัวเองตอนอายุ 15 ตอนที่เพิ่งรู้ความจริงใหม่ๆ ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงไม่ใช่คนตระกูลหลี 

หลีโจวตั้งใจว่าย้อนเวลากลับมาครั้งนี้จะใช้ชีวิตใหม่ จะไม่แก่งแย่งชิงดีในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ไม่ไปสู้รบกับน้องชายอย่างชาติก่อน ใครดีใครชั่วก็รู้เห็นหมดแล้วด้วย ไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้พ่อบุญธรรม (ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของหลีเจียง) อีก

ในตระกูลหลี คนใหญ่สุดคือตาหรือผู้เฒ่าหลี พ่อเป็นเขยแต่งเข้า ภายนอกวางตัวดี ภายในทะเยอทะยานโลภมาก ชาติที่แล้วหลีโจวหลงคารมพ่อบุญธรรมจนทุกอย่างพังไปหมด ครั้งนี้เลยตั้งใจจะใช้ชีวิตใหม่ หาพ่อแม่ที่แท้จริงแล้วออกจากตระกูลหลี ไม่เข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจทรัพย์สินใดๆ ที่มีพ่อเป็นตัวตั้งตัวตี เพียงแต่ก่อนออกไปอยากช่วยน้องชายให้ได้ก่อน ชาติที่แล้วหลีเจียงประสบอุบัติเหตุ ขาสองข้างเกือบเดินไม่ได้ พ้นจากพิการมายืนได้ด้วยตัวเองหวุดหวิดแต่ก็มีอาการขากะเผลก เป็นจุดเปลี่ยนบุคลิกและนิสัยใจคอคุณชายเล็ก ผู้เฒ่าหลีป่วย ยังมาตรอมใจเพราะอาการบาดเจ็บของหลานคนเล็ก ชาตินี้หลีโจวย้อนกลับมาถึงช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุพอดี อาศัยว่าน้องชายยังเป็นเด็กน้อยว่าง่ายคอยตามประกบน้องอยู่ตลอด สุดท้ายก็ช่วยได้สำเร็จแลกกับตัวเองบาดเจ็บที่แขน สำหรับหลีโจวคุ้มค่ามาก อนึ่ง อุบัติเหตุคราวนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลและทำให้หลีเจียงทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงด้วย

เบาใจเรื่องน้องก็มาจัดการเรื่องตัวเองต่อ หลีโจวพอมีกรอบในการตามหาพ่อแม่อยู่แล้ว ควานหาตัวไม่นานก็หาเจอ พ่อแม่ที่แท้จริงของหลีโจวตามหาหลีโจวมาตลอดเช่นกัน ไม่ได้ทอดทิ้งลูก แต่ลูกถูกพวกลักเด็กพาตัวไป พอครอบครัวเจอหน้ากัน เซนส์ต่างฝ่ายต่างบอกว่า...ใช่แล้วแหละ พอไปตรวจดีเอ็นดีผลลงเอยออกมาตามคาด 

นายใหญ่ลู่ พ่อแท้ๆ ของหลีโจวเป็นพ่อหมีตัวใหญ่ประจำเกาะ ตัวโต ท่าทางน่ากลัว รักคุณธรรม ทำธุรกิจสายเรือ ลูกน้องและเพื่อนฝูงเยอะ เป็นคนมีหน้ามีตาและเป็นขาใหญ่ของพื้นที่ แต่พออยู่ในบ้านเป็นพ่อซื่อบื้อสายเปย์ หวงลูกมาก กลัวลูกหายไปอีก หลีโจวจะเหมือนแม่มากกว่าทั้งนิสัยและหน้าตา นายหญิงเย่หงอวี้เป็นสาวแกร่ง มีภาวะผู้นำ ใจเย็น ทำงานเก่ง ตัวหลีโจวเคยคร่ำหวอดทำธุรกิจมาก่อน ใช้ความรู้กับประสบการณ์ รวมทั้งความได้เปรียบจากการรู้อนาคตมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจ ชื่อใหม่ของหลีโจว คือ ลู่อี้โจว ทั้งนี้พ่อแม่ยังให้เกียรติทางบ้านหลีที่ดูแลหลีโจวมา หลักๆ คนในบ้านก็ยังใช้ชื่อหลีโจวเรียกด้วย

เดิมทีพ่อบุญธรรมแค่อยากลองใจหลีโจวเลยเอาข้อมูลเรื่องที่หลีโจวถูกรับมาเลี้ยงไปวางไว้ให้หลีโจวเห็น แถมยังให้ข้อมูลปลอมเกี่ยวกับครอบครัวไว้ พอโดนดัดหลังมารู้ว่าหลีโจวเจอพ่อแม่ตัวจริงเสียงจริงแล้วจะออกจากตระกูลหลีก็ตกใจ 

การออกจากบ้านตระกูลหลีของหลีโจวกระทบกับหลีเจียงมาก น้องเป็นหมาน้อยช่างอ้อน ติดพี่สุดๆ สบโอกาสเมื่อไหร่เป็นต้องหาเรื่องไปหาพี่ให้ได้ ถึงขั้นก่อเรื่องจนได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนเดียวกับหลีโจวระยะหนึ่ง (ที่ทางบ้านยอมเพราะมีปัญหาภายในส่วนหนึ่ง ให้คุณชายเล็กหลบออกจากเมืองหลวงสักพักเป็นเรื่องดี) เทียบกับชาติก่อน หลีเจียงทั้งว่าง่ายทั้งน่ารัก แสดงออกตรงไปตรงมาว่าโอ๋ผมหน่อยๆ แถมน้องมันชอบมาเกาะแกะ ผนวกกับเรื่องจากชาติก่อน หลีโจวที่อยากดูแลน้องดีๆ เลยค่อนข้างตามใจ ยิ่งโอ๋เด็กมันยิ่งวอแว เป็นวงจรอันแสนน่าสังเวช 55555 หลีโจวชินกับสกินชิปและการดูแลเอาใจน้องชายระดับประมาณว่า...เลือกกินเหรอ เอ้า เลาะก้างปลาให้ละ...ยาขมไม่ยอมดื่มดีๆ เหรอ เอ้า ช่วยป้อน ด้านหลีเจียงนอกจากชอบฉอเลาะให้พี่ชายตามใจ จะออกอาการด้วยการงอนหรือน้อยใจพี่บ่อยๆ...จะไม่ได้เจอพี่แล้วเหรอ ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อล่ะ บลาๆๆ นอกจากนี้คือชอบแตะเนื้อต้องตัว กับ...เปย์ 55555 เป็นเด็กเป็นเล็ก จ่ายเก่งเหลือเกินลูกเอ๊ย สรรหานู่นนี่นั่นมาให้ตลอด อยู่ต่อหน้าพี่น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู ลับหลังหลีเจียงหูตารอบตัว ตัวห่างกันแต่รู้นะว่าในโรงเรียนมีคนหลงรักพี่เต็มไปหมด หาทางกันซีนจากระยะไกลได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น (ノ°益°)ノ

ต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วพี่น้องหลียังติดต่อกันตลอด โทรศัพท์บ้าง จดหมายบ้าง ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ค้างบ้านเอย ทำกิจกรรมด้วยกันข้างนอกเอย ระหว่างค่อยๆ เติบโต เริ่มจากตอนม.ปลายเป็นต้นมา หลีโจวช่วยนายใหญ่ลู่ออกไอเดียดูแลโรงงาน (นายใหญ่ขยับขยายจากทะเลขึ้นมาบนบก บอกว่าทำโรงงานดูเท่ดี) ฟากหลีเจียงก็เรียนหนัก ผู้เฒ่าหลีสุขภาพไม่ดี รักษาตัวอยู่ต่างประเทศ ภาระเลยตกลงมาบนบ่าหลีเจียงค่อนข้างมาก อิสระหดหายไปเยอะ จะหาวันว่างๆ ไปใช้ร่วมกับพี่ยังเจียดเวลาได้ยาก เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าช่วงสองพี่น้องเป็นนักเรียน พอเข้าท้ายเล่ม 2 จะมีการบรรยายรวบรัดอย่างรวดเร็วว่าหลีเจียงที่เรียนข้ามชั้นเรียนจบเร็วและทำงานเต็มตัว ส่วนหลีโจวเรียนหมอ (ส่วนหนึ่งเพราะตาป่วย อยากทำความรู้จักเรื่องหยูกยามากขึ้น) 

เนื่องจากเรื่องนี้มีตัวร้ายหลักคือพ่อ จะมีการปิดประเด็นนี้ตอนเล่มจบ ถือว่าเป็นจุดจบที่อนาถมาก สปอยหนักๆ คือโดนทุบจนตาย ส่วนฝั่งตัวเอกของเรามีดราม่าเล็กน้อย หลีโจวถูกโรคจิตลักพาตัว ได้รับบาดเจ็บจนตามองไม่เห็นไประยะหนึ่ง แต่ก็ค่อยๆ ฟื้นตัว มีหลีเจียงดูแลอย่างใกล้ชิด ปู่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์เองก็อาการดีกว่าชาติก่อนมาก ถึงตอนท้ายจะหลงๆ ลืมๆ ยังได้อยู่กับลูกหลาน มีคนดูแลดี ส่วนแม่ที่หย่าขาดจากพ่อ สุดท้ายมีผู้ดีๆ เข้ามาหา เป็นเพื่อนเก่าแก่ที่แอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน 
แฮปปีัเอนด์ <( ̄︶ ̄)>

ในด้านความสัมพันธ์ ขอเสริมแยกตรงนี้ ตอนเล่มแรกเป็นพี่น้องกันแบบไม่เห็นแววว่านี่พระนายเหรอวะ? จากเลนส์จขบ.สามารถบอกว่าเป็นบราค่อนได้ แต่เกินเลยไปมากกว่านั้นรู้สึกว่ายาก ปัจจัยสำคัญคือโตมาแบบพี่น้องกัน เวลาแนะนำกับคนอื่นก็บอกว่าเป็นพี่น้อง ต่อให้มีคนรู้จักใหม่ๆ ในสังคมใหม่ก็ยังนิยามอีกฝ่ายเป็นพี่ชายและน้องชายอยู่ (แม้ตอนเล่ม 2 หลีเจียงจะเริ่มเตลิดแล้ว ก็ยังคงติดกับคำว่าพี่น้อง) 
ผลจากการค่อยๆ ตะล่อม ค่อยๆ แสดงออกทีละนิดอย่างอดทนของหลีเจียง ช่วงจบเล่ม 2 หลีโจวรู้สึกว่าเป็นแบบนี้กับน้องชายมันไม่ค่อยเข้าท่าแล้วนะ มันเหมือนจะเกินพี่น้องไปแล้ว มาส่งสัญญาณกันตรงๆ เรื่องการคบหาในความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้นช่วงต้นเล่ม 3...ซึ่ง ไม่มีดราม่าจ้ะ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ราบรื่นหมดจนงง คนรอบข้างก็ไม่อะไร ไม่มีปัญหาด้านความรู้สึกหรือศีลธรรมใดๆ รับได้อย่างรวดเร็ว ใครคิดว่าต้องมีซีนบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้กับศีลธรรมในใจ มันน้อยมากจนอยากบอกว่า...ไม่มีเจ้าค่ะ ฟีลกู๊ด (เกิ๊น) ยันจบเรื่องนั่นแหละ ฉะนั้นจึงตะขิดตะขวงอยู่เหมือนกันที่เป็นคนรักแล้วยังมานับพี่นับน้องอีก คำเรียกน่ะไม่แปลกหรอก แต่คำบรรยายยังใช้พี่น้องอยู่ ขนาดคู่นี้มีลูก 2 คน  ชายหญิงอย่างละคน ลงเอยก็เหมือนยังข้ามไม่พ้นความสัมพันธ์พี่น้องโดยเด็ดขาด ในแง่หนึ่งอาจเพราะตอนเป็นพี่น้องเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญ แต่คบหาเป็นคนรักกันแล้วนะเหวย จะดีเหรอคะ... (ลองเป็นชีวิตจริงคือ หน่านิ?! Σ(°△°|||)) สรุปคือสุขนิยมยิ่งกว่าที่คาด 

หากเปรียบเทียบกับ 1988 เรื่องของหมี่หยางที่ออกกับไลแลคไปก่อนหน้านี้ เส้นเลิฟไลน์ของเรื่องหมี่หยางจะโดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด 1995 จะดรอปตรงนั้นลงแล้วไปเพิ่มเรื่องการทำธุรกิจกับการตบตีกับเจียงซิงหย่วน (พ่อหลีเจียง/พ่อบุญธรรมหลีโจว) และถึง 1995 จะเปิดเรื่องมาด้วยการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติตระกูลหลี เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีเหลี่ยมคมฟาดฟันดุเดือด ตัวร้ายไม่ได้มีพาวเวอร์อะไรมาต่อกรกลับกลุ่มตัวเอกเป็นทุน เรื่องนี้จึงเป็นแนวอบอุ่นหัวใจทั่วๆ ไป ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องเป็นคนดีๆ เหมาะเอาไว้อ่านชาร์จแบตพักผ่อน

ตอนซื้อเรื่องนี้มาคาดหวังไว้เยอะเพราะชอบ 1988 เอาเข้าจริงไม่ถึงกับผิดหวัง แค่ไปได้ไม่ถึงจุดที่หวังมากกว่า จุดทำคะแนนของเรื่องนี้ที่จขบ.ชอบมากคือตัวละครค่ะ ชอบนายเอกสุขุม ใจเย็น ใจดี กับพระเอกแนวหมาน้อยช่างอ้อน (ซึ่งแอบเหลี่ยมเล็กๆ) แล้วก็ไม่มีสงครามความรักด้วย มีกันอยู่แค่ 2 คนนี่แหละ ในฐานะคนที่มีตัวชี้วัดความชอบนิยายอยู่ที่ตัวละครกับความสัมพันธ์ของตัวละครในอัตราส่วนค่อนข้างมาก เรื่องนี้โอเคค่ะ พระนายตรงสเปกมีชัยไปกว่าครึ่ง 555555555555

ภาษา/การแปล :
โดยรวมอ่านลื่นไหลดี แต่ก็มีบางจุดที่ใช้คำซ้ำซ้อนหรือแปลแปลกๆ ทำให้สะดุดอยู่เหมือนกัน
e.g. ตรงนี้ไม่น่ามีคำว่า "แต่" อาจจะเป็นแม้ หรือตัดคำว่าแต่ทิ้งไปเลยไหม พอมีคำว่าแต่อยู่ด้วยทำให้ย่อหน้านี้อ่านเข้าใจยาก (ส่วนหนึ่งอาจเพราะใช้คำว่าแต่ต่อเนื่องติดๆ กัน)
มีจุดที่รู้สึกว่าเรียบเรียงออกมาแปลกๆ ประปราย (หรือมีคำตกก็ไม่แน่ใจ) ตัวอย่างเช่น
พิมพ์ตก/พิมพ์ผิด เช่น
นอกจากนี้มีความไม่สม่ำเสมอของการใช้คำแปล หลุดใช้คำว่า "ชายหนุ่ม" กล่าวถึงหลีเจียง ซึ่งจากเนื้อเรื่องช่วงนั้นส่วนใหญ่จะใช้คำว่า "เด็กหนุ่ม" มากกว่า และจริงๆ อายุตอนนั้นใช้เด็กชายยังได้เลย
ตอนท้ายเล่ม 1 ใช้คำว่าชายหนุ่มแทนตัวหลีเจียง น่าจะหลุดมา (ในเนื้อเรื่องตอนนี้น้องอายุ 13 เอง)
พอมาเล่ม 2 ใช้คำว่าเด็กหนุ่มแทนตัวหลีเจียง

ส่วนตรงนี้น่าจะใส่ชื่อตัวละครผิด ต้องเป็นหลีเจียงหรือเปล่า?

ช่องทางการสั่งซื้อ

>> Amarin 

>> Naiin





Monday, August 7, 2023

[นิยาย] รีวิว Chef's Menu สูตรรัก เมนูร้อน

(เครดิตรูปปก : m.se-ed.com)



ชื่อเรื่อง : Chef's Menu สูตรรัก เมนูร้อน
สถานะ : 2 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Gemini Publishing
ผู้แต่ง : เฉิงเสวี่ยเซิน
แนวเรื่อง : โรแมนติก, BL


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
ที่ปรึกษาการลงทุนหน้ายิ้มเคลือบยาพิษ หลินชางเสวียน - เชฟผู้จริงจังใจเย็นแต่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์ เฉิงอวี๋

จากเรื่องย่อหลังปกนึกว่าจะมาแนวโรแมนติก Slice of life อ่านได้เรื่อยๆ ออกแนวอบอุ่น แต่มีอะไรในเนื้อเรื่องเยอะกว่าที่คิด ค่อนข้างจะเกินคาดอยู่เหมือนกัน 

🚩การนอกใจ, ความรุนแรง, ความรุนแรงในครอบครัว(พ่อนายเอก), วางยา, มีฉากปาร์ตี้มั่วสุมเหล้ายาและเซ็กซ์ (ตัวหลักถูกลากเข้าไปพัวพันแต่ไม่ได้ไปมั่วสุมกับเขา), มีฉากพระเอกลักหลับ (ในระดับกอดจูบลูบคลำ) ตอนนายเอกหลับ

ในเรื่องแม้จะใช้การบรรยายแบบบุคลลที่ 3 แต่มุมมองการเดินเรื่องส่วนใหญ่เป็นมุมนายเอกซึ่งค่อนข้างโทรลพอสมควร ทั้งด้วยฟิลเตอร์หนาๆ และทั้งความการละครของพระเอก ดังนั้นขอแจงให้ชัดตั้งแต่ต้นก่อนเลยว่าเชฟ (ผมดำ) เป็นรับ และพ่อหนุ่มที่ปรึกษาผู้บอบบาง (เหรออออ) เป็นรุกค่ะ ไม่มีสลับ

เข้าเรื่องเลยนะคะ

แฟนหนุ่มของเฉิงอวี๋มีความสัมพันธ์คลุมเครือกับรุ่นพี่ที่ทำงานซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า (ตามหลังปกเลย ตาคนนี้คือหลินชางเสวียน พระเอกของเรื่องนั่นเอง) แม้ได้เจอไม่บ่อยนักแต่เจอชายชู้ (...) ทีไรเป็นต้องสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบใจของอีกฝ่าย เฉิงอวี๋อดทนเพราะรักแฟน แล้วยังเป็นแฟนคนแรกในชีวิตด้วย แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนเป็นฝ่ายบอกเลิก สังคมแวดล้อมไม่ได้เหมือนกับแฟนแท้ๆ แทนที่จะเลิกแล้วจบ ดันไม่จบง่ายๆ ซะงั้น อยู่มาวันหนึ่งแฟนเก่าโทรมาหากลางค่ำกลางคืน ขอให้มารับตัวเองที่กำลังเมา เฉิงอวี๋เป็นคนดี ตั้งใจจะไปรับเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ปรากฏว่าพอตัวเองปรากฏตัวถึงได้รู้ว่าความหวังดีถูกเหยียบย่ำ แฟนเก่ากำลังกินดื่มหมดสภาพอยู่กับพวกคุณชายเสเพล และเฉิงอวี๋ถูกใช้เป็นหัวข้อพนันเท่านั้น คุณชายโจว (ออร่าชายชั่วฟุ้ง) บอกว่าจะรับคนกลับเหรอ งั้นดื่มดิ จริงๆ แล้วเหล้าดีกรีแรงที่ส่งมาให้ไม่ควรกินสุดๆ แต่เฉิงอวี๋ก็กิน...ผลคือคอแข็งยังไงก็น็อก แถมไปทำให้คุณชายโจวโมโหฐานท้าทายอีกต่างหาก รอดมาได้เพราะชางเสวียนแท้ๆ

เฉิงอวี๋ที่ปกป้องพนักงานตัวเล็กๆ จนโดนหัวหน้าประสาทเสียไล่ออกซวยซ้ำซ้อน เลิกกับแฟนไม่พอ ชีวิตยังมาติดพันกับหลินชางเสวียน วันที่หลินชางเสวียนพามาส่งถึงรอดจากการโดนจับกดหวุดหวิดแต่คนแซ่หลินทิ้งถุงยางใช้แล้วไว้เป็นของดูต่างหน้า (จัดฉากค่ะ นางสะตอ (¬‿¬ ) ) แถมยัง (แอ๊บ) ตีเนียนเหมือนสาวน้อยถูกรังแกอีก... 

เฉิงอวี๋จับพลัดจับผลูได้ทำงานเป็นหัวหน้าเชฟร้านบาชิกของตระกูลไป๋ ซึ่งคุณชายไป๋ที่เปิดร้านอาหารเมนูจับคู่แปลกพิสดารและไปตามตื๊อเฉิงอวี๋มาเป็นหัวหน้าเชฟก็คือเพื่อนเก่าแก่ของชางเสวียน...ยิ่งสลัดคนแซ่หลินไม่หลุดไปกันใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ทำความรู้จักมากขึ้น เฉิงอวี๋ค่อยรู้ว่าตัวเองเข้าใจชางเสวียนผิดไปหลายเรื่องมากและมองอีกฝ่ายดีขึ้น ไม่ได้ต่อต้านเท่าช่วงแรก ตัวอย่าง คือ ชางเสวียนที่เคยได้ยินมาไม่ชอบปลา (ปลา = อวี๋) เคยเข้าใจว่าเป็นการแสดงความเป็นปรปักษ์ถึงบอกว่าไม่กินเมนูปลา แต่ชางเสวียนทริกเกอร์ปลาจริงๆ สมัยก่อนเคยเลี้ยงปลาทอง รักมาก แม่เลยเอาปลาทองที่เลี้ยงไว้มาต้มแล้วบังคับให้กิน เฉิงอวี๋ได้ยินแล้วอึ้ง คนอ่านเองก็อึ้งค่ะ 〣( ºΔº )〣 

เนื้อเรื่องของตัวละครหลักดำเนินไปพร้อมกันๆ (ส่วนใหญ่อยู่ในมุมเฉิงอวี๋) 
ฝั่งเฉิงอวี๋คือการดูแลร้านในฐานะหัวหน้าเชฟพร้อมๆ กับรับมือไป๋หลี่ที่มีแต่ใจอยากเปิดร้านแต่ไม่มีความรู้ด้านอาหารและบริหารไรไม่เป็น โผล่มาเพื่อทิ้งคอนเสปเมนูยากๆ ไว้ให้แล้วจากไป หัวหน้าเก่านิสัยแย่ก็สกัดดาวรุ่ง หางานให้อยู่เรื่อยๆ เพื่อผลักดันร้านใหม่และตัวเอง เฉิงอวี๋จึงตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร

ทางด้านชางเสวียน ทุกๆ วันหัวหมุนอยู่กับการทำงานหาเงิน ต้องอยู่ร่วมกับคนรวยมีอำนาจ (พวกคุณชายโจวนั่นแหละ) ยิ้มการค้ารับมือจนเหนื่อยใจ ถึงหน้าด้านไปขอข้าวเฉิงอวี๋กินบ่อยๆ และได้ข้าวกล่องกลางวันมากินแต่โจมตีรุกจีบยังไงก็ไม่สะเทือน o(TヘTo)

กว่าเฉิงอวี๋จะรู้ว่าไอ้คนที่เหมือนจะเป็นชายชู้จนแตกหักกับแฟนเก่ากำลังจีบตัวเองอยู่ก็จบเล่มแรกพอดี

ถัดจากนี้มีสปอยเยอะหน่อย

เฉิงอวี๋เจอแฟนครั้งแรกในที่เที่ยวกลางคืน (ปกติไม่ไป) ร้านมีกิจกรรมพอดี ให้ใส่เบอร์โทรตัวเองไว้ แล้วหยิบเบอร์โทรคนอื่นออกมา จะรอรับสายก็ได้ หรือจะโทรไปตามเบอร์ที่ได้มาก็ได้...และเฉิงอวี๋ที่เป็นคนเงียบๆ เก็บตัวไม่ได้ก๋ากั่นใจกล้าย่อมไม่ได้โทรไป เป็นฝ่ายรับสาย แล้วก็ได้แฟนคนแรกจากเหตุการณ์นี้

ตอนนั้นเฉิงอวี๋รับโทรศัพท์ 2 ครั้ง
ความจริงแล้วคนที่ได้เบอร์เฉิงอวี๋ไปคือชางเสวียน (เห็นหน้าใหม่เลยใช้เส้นสนกลในไปเอาเบอร์มา)
คนที่โทรมาหาเฉิงอวี๋สายแรกแล้วไม่ยอมพูดอะไรก็คือชางเสวียนอีก คนที่สองค่อยเป็นแฟน (ซึ่งกลายเป็นเก่าแล้ว! by ชางเสวียน)
ชางเสวียนคิดว่ายังไงก็ไม่มีรักแท้ในที่แบบนี้หรอกเลยโยนเบอร์ไปให้แฟนเก่า การตัดสินใจครั้งนี้เลยเป็นปมในใจ รู้สึกเสียใจภายหลังว่าไม่น่าทำแบบนั้นเลย ไม่งั้นได้คบเฉิงอวี๋ไปนานแล้ว อดเป็นผู้คนแรกของเฉิงอวี๋เลย พอมาเจอเฉิงอวี๋แล้วชอบเขา ในหัวมีแต่คำว่า 'ของฉัน' กับ 'เอาคืนมา' เต็มไปหมด 

(ถึงชางเสวียนจะแสดงออกเหมือนให้ความหวังจนทำคนอื่นโลเลสำเร็จ แต่มีการกระทำที่จริงใจอยู่อย่างคือตานี่มันกะไปกินข้าวฟรี หลงเสน่ห์ปลายจวักจนไปกินข้าวกลางวันกับแฟนชาวบ้านตลอดๆ อยากกินข้าวกล่องแห่งรักฝีมือเฉิงอวี๋ขนาดนั้นเลยแหละ)

ชางเสวียนเริ่มสนใจเฉิงอวี๋เพราะมีคนทำตัวเป็นวิทยุกระจายเสียงมาโม้แฟนให้ฟัง เห็นข้าวกล่องที่ทำมาอย่างเอาใจใส่ เห็นบุคลิกท่าทางน่าประทับใจ จากนั้นถึงจะไม่ชอบการรวมตัวเที่ยว แต่ถ้าแฟนเฉิงอวี๋เป็นคนชวนก็จะไปด้วยทุกครั้งเพราะนานๆ ทีจะมีโอกาสได้เจอเฉิงอวี๋บ้าง ซึ่งยิ่งเวลาผ่านไปก็มีแต่จะชอบเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่แกเห็นความสุขเฉิงอวี๋สำคัญกว่า มิหนำซ้ำท่าทางเฉิงอวี๋ยังเหมือนรุกด้วย ฟ้าไม่เข้าข้างชัดๆ...ตัดใจก็ได้ เดชะบุญ บัฟพระเอกทำงาน แฟนเฉิงอวี๋อดรนทนไม่ไหวมาสารภาพรักตัวเอง แถมยังได้ไปเห็นรูปในโทรศัพท์ที่ทำให้รู้ว่าเฉิงอวี๋เป็นรับ...ขนาดนี้แล้วก็เลยแหย่ขาเข้าไปขัดความสัมพันธ์ชาวบ้านเข้าจริงๆ ได้เวลาขอคืน! 

ช่วงท้ายเรื่อง เพราะมีบุญคุณความแค้นกับตระกูลโจวมาตั้งแต่รุ่นแม่ ชางเสวียนเป็นลูกนอกสมรส มีแต่แม่ แต่แม่ก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวและโดนกดดัน ตอนหลังแม่ฆ่าตัวตายเลยต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์ อาศัยสมองกับความมานะสอบทุนผลักดันตัวเองจนประสบความสำเร็จ เจ้านาย (ประธานที่ทำงาน) คนปัจจุบันเป็นเพื่อนเก่าแม่ คอยดูแลอยู่ห่างๆ ส่วนตัวชางเสวียนเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหาเงินให้ตระกูลโจว (ฟีลลูกค้า) เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ชางเสวียนที่อดทนเป็นหมาใช้ให้คุณนายโจวฟิวส์ขาดหงายไพ่นำข้อมูลเส้นทางการเงินไม่สะอาดมาทุบคน แน่นอนว่าตัวชางเสวียนก็โดนหางเลขกลายเป็นมีคดีติดตัวและล้มละลาย แต่ทำให้คนบ้านนั้นติดคุกกับริบทรัพย์ก้อนโตได้ก็พอใจแล้ว แถมยังระเห็จตัวเองไปขออยู่กับผู้อีก (...จ้ะพ่อ ( ͡• ͜ʖ ͡• )) เฉิงอวี๋รู้ว่าชางเสวียนมีคนอื่นให้พึ่งอีก เจ้านายรวย เพื่อนก็รวย แต่มองว่าหมาเลือกเจ้าของเลยปล่อยเลยตามเลย เอาเถอะ ให้มาอยู่ด้วยก็ได้ (เชฟคะ...!)

รวบรัดช่วงท้ายก็คือไอ่หมามันจีบติดจนได้ แม้จะถังแตก แต่ก็ได้งานใหม่เพราะมีบุญคุณความแค้นกับหลายคน มีคนพร้อมอ้าแขนรับเข้าทำงานอยู่ดี ดังนั้นฮีเลยกลับมาเฉิดฉายอีกรอบ (ตายยากจริง ชิ) ส่วนการแข่งขันทำอาหารก็ผ่านไปด้วยดี เฉิงอวี๋ไม่ได้ถือโทษอะไรหัวหน้าเก่าและพูดเรื่องที่อยากพูด รวมทั้งคัมเอาท์ด้วย เราชอบที่เฉิงอวี๋ไม่ได้ชนะเลิศแต่ได้คะแนนดีในการแข่ง ดูไม่ซูเกินไปเพราะในวงการมีคนมากประสบการณ์และเก่งกว่าอยู่จริงๆ

พูดถึงฉาก nc ปิงเหอจากตัวร้ายฯ ร้องไห้ตอนเน้ด ชางเสวียนก็ร้องค่ะ ถึงปกติจะการละครเป็นว่าเล่นแต่อันนี้ร้องจริง (ต่างกับน้ำตาปลอมของปิงเม่ย...) กลัวผู้เจ็บ กลัวผู้ไม่ชอบ ครั้งแรกเป็นตัวชี้วัดสำคัญ อยากทำให้เขาประทับใจ เฉิงอวี๋ไม่ค่อยสนใจเรื่องอย่างว่า ถ้าต่อต้านขึ้นมาหลังจากนี้อยู่ลำบากแน่ๆ ฉะนั้น พอเริ่มไปแล้วเห็นท่าไม่ดีเลยน้ำตาไหลพราก แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ราบรื่นแหละนะ พยายามได้ดีมากพ่อหนุ่ม *ตบไหล่*

ช่วงเทียวไล้เทียวขื่อตามจีบ ชางเสวียนมือไม้อยู่ไม่สุขและคอยตีขลุมหยอดนิดตอดหน่อยอยู่ตลอด พอเป็นแฟนจริงๆ ไม่ Toxic นะคะ เดิมทีก็ชอบออดอ้อนเอาใจอยู่แล้ว นี่พี่แกก็ใจกว้างและเข้าใจเฉิงอวี๋มากๆ ตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ระมัดระวังพฤติกรรม ต่อให้จ้องจะงาบเฉิงอวี๋ลงท้องตลอดแต่ก็ดูความเต็มใจของเฉิงอวี๋ด้วย ช่วงไหนโดนบอกว่าไม่ได้นะพี่แกก็ตอบรับได้ตามที่พูดไว้จริง อย่างไรก็ตาม...ขี้หึงมากกกก ( `ε´ ) เฉิงอวี๋มามั่นใจความรู้สึกพี่แกก็เพราะมาลองนึกย้อนดูพฤติกรรมหลายสิ่งมันแสดงความขี้หึงขี้หวงออกมาชัด ตัวอย่างเช่น สถานที่สารภาพรักหรือนัดเดทเป็นที่เดียวกับที่มีความทรงจำร่วมกับแฟนเก่า บอกว่ายืมหนังสือ (ที่แฟนเก่าเฉิงอวี๋ลืมทิ้งไว้ในบ้าน) แต่เอาเล่มใหม่มาคืน พอรู้ว่าโดนปฏิบัติเหมือนหมาในบางครั้งแล้วเห็นเฉิงอวี๋เอ็นดูหมาซะเหลือเกินพี่แกก็ตั้งเป้าว่าไม่เลี้ยงหมามาแย่งความรักแน่ หึ! (≖、≖╬)

จบประมาณนี้

ยาวเหมือนกันแฮะ 5555555555 พอดีชอบไวบ์คสพ.ตัวละคร น้ำหนักเรื่องไม่หนักไม่เบาเกินไป และบุคลิกนิสัยคู่หลักก็ถูกจริตมากด้วย 
เกลียด (ชอบ) ความแอ๊บแบ๊วใสกรุบปานนางร้ายสนิมสร้อยของชางเสวียน 
เกลียด (ชอบ) ความการละครภายในเสี้ยววินาทีของฮี 
เกลียด (ชอบ) ความแพ้ยูนิฟอร์ม จะชุดเชฟหรือชุดกีฬาก็เลือดลมพลุ่งพล่าน
เกลียด (ชอบ) ความคบกันเต็มตัวปุ๊บสามีอย่างโง้น สามีอย่างงี้ สามีๆๆ อยู่ตลอด...แหม จ้าพ่อ
แล้วจากมุมเฉิงอวี๋ฮีบอบบางมาก แขนขาเล็ก หุ่นไม่หนา แต่พอปรี๊ดแตกคุณพี่ต่อยแหกค่ะ แล้วเก่งยูโดชิหัย พอจะกดคน เฉิงอวี๋สู้ไรฮีไม่ได้หรอก 555555555555 เอาเถอะ เฉิงอวี๋ก็รู้ว่าชางเสวียนชอบแอ๊บแบ๊วทำตัวน่าสงสาร เชฟเราไม่ได้ถูกหลอกหรอกนะคะ รู้สันดานดี แค่ไม่พูดมาก 555555555
เอนี่เวย์ พูดถึงชางเสวียนเยอะเพราะตรงจริต แต่ในชีวิตจริงต้องเฉิงอวี๋นี่แหละ แสนดีมาก หน้าตาดี ทำอาหารเก่ง เอาใจใส่ รักแฟน อ่อนโยน ยิ่งหมั่นไส้ชางเสวียนไปกันใหญ่ ฮึ่มฮั่ม

ภาษา/การแปล :
การเรียบเรียงประโยคมีจุดที่สะดุดอยู่เล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้กระทบการอ่าน แต่ถ้ามีการจัดเรียงหรือใช้คำสันธานในการเชื่อมให้สละสลวยกว่านี้อีกนิดจะดีมาก 
แล้วก็การใส่ฟุตโน้ต ในเรื่องมีพูดถึงการทำอาหารและวัตถุดิบเยอะพอสมควร ในฐานะคนนอกวงการที่ไม่มีความรู้ รู้สึกว่าควรเพิ่มฟุตโน้ตมาบ้าง
อื่นๆ ก็ มีคำฉีกชื่อตัวละคร ตัวเอกของเรานี่แหละ 'อวี๋' อ.อ่างอยู่ท้ายบรรทัด วี๋ โดนตบไปอยู่บรรทัดถัดไป


ช่องทางการสั่งซื้อ


Friday, July 21, 2023

[นิยาย] รีวิว ชีวิตหลังแต่งงานของเทพหิมะ เล่ม 1

 
(เครดิตรูปปก : twitter @FreesiaBook)



ชื่อเรื่อง : ชีวิตหลังแต่งงานของเทพหิมะ เล่ม 1
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Freesiabook Publishing
ผู้แต่ง : ฟู่ไป๋ฉวี่ (FU BAI QU)
แนวเรื่อง : โรแมนติก, แฟนตาซี, BL

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
เทพคลั่งรัก ver. ท่านประธานจอมเผด็จการ x เทพคลั่งรัก ver. คุณชายสูงศักดิ์ผู้อ่อนโยน
ภารกิจปกป้องโลกนั้นสำคัญ แต่ก็ต้องปิดบังสามีเหมือนกันว่าตัวเองเป็นใคร 👍

ถ้าใครเคยอ่านผลงานเรื่องแรกของสนพ.ฟรีเซียอย่าง "ชีวิตของพวกผมสงบสุขจริงๆ นะครับ" (ผู้รุกรานของผม) น่าจะคิดเหมือนกันว่าไวบ์คล้ายกันมาก ถามว่าชอบมั้ย...สเปกเลยล่ะ 55555555555 ชอบ 555555555 มาก 55555555 แต่ถ้าคนที่ไม่ชอบเรื่องนั้นก็มีโอกาสไม่ถูกกับเรื่องนี้สูงเหมือนกัน

ภาพรวมเรื่องคือท่านผู้ยิ่งใหญ่ 2 ท่านแต่งงานกัน แต่ใส่หน้ากากเข้าหากันว่าฉันมันคนธรรมดาอะตัวเอง เนื่องจากยุคสมัยปัจจุบันเหล่าเทพพากันหลับใหลไปหมดแล้ว เหลืออยู่ในเซิร์ฟแค่ 2 องค์ ใครจะไปคิดว่าจะมาป๊ะกันเองในรูปแบบนี้...ทำภารกิจเทพไปแอ๊บเป็นคนธรรมดาไป หาทางทำให้สามีมีชีวิตอมตะไปด้วย (หารู้ไม่ว่านั่นก็เทพเหมือนตัวเองนั่นแหละ...) 

ท่านเทพประจำเรื่องนี้ นอกจากตบตีกับวิญญาณร้ายยังต้องตบตีกับเพลเยอร์ที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายจากต่างโลก (พวกเพลเยอร์จะทำภารกิจตามโลกต่างๆ มีระบบเป็นผู้ช่วย สะสมคะแนน แล้วใช้คะแนนแลกไอเทมได้) การหยุมหัวกับตัวละครที่มีระบบติดตัวเป็นอีกจุดที่เหมือนเรื่องผู้รุกรานฯ 

ในช่วงต้นเรื่องจะค่อยๆ ปรับผู้อ่านให้เข้าใจเซ็ตติ้งก่อน จะเห็นสิ่งที่ฉาฉา (เทพเหมันต์) ต้องทำในฐานะเทพ ดูแลความสงบเรียบร้อยเอย สังเกตความไม่ปกติรอบตัวแล้วแก้ไขให้เข้ารูปเข้ารอยเอย แล้วก็คอยดูแลเด็กนักเรียนของตัวเองด้วย (ตอนนี้ทำงานเป็นครู) ส่วนฟู่หมิงเหยี่ย เทพสาธารณ์ บทบาทต้องรับฟังความคิดของมนุษย์แล้วบันดาลให้สมปรารถนา แต่พี่แกขี้เกียจสุดๆ แล้วก็ไม่ชอบโลกมนุษย์ด้วยเลยไม่ได้เห็นขยับตัวเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ช่วงท้ายเล่มฉาฉาเข้าร่วมการถ่ายรายการ คุณฟู่เลยไปแจม ทั้งเล่มคือฉาฉาทำนู่นทำนี่ทำนั่น ติดอะไรมีคุณฟู่เป็นแบค เพราะคุณฟู่รวย และคุณฟู่เส้นใหญ่ ┐( ˘ 、 ˘ )┌ 

เรื่องโดยรวมย่อยง่าย อ่านเพลินๆ ไม่มีจุดพีค สำหรับใครที่ชอบความตื่นเต้นอาจจะไม่ว้าว แต่ถ้าอยากเห็นคนรักกันสามารถอ่านได้เรื่อยๆ เล่มแรกจบไม่ค้าง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เปิดมาเป็นคู่สามีแล้วไม่มีดราม่าเลิกราทีหลัง เขารักกันสุดๆ นึกถึงอีกฝ่ายอยู่ตลอด เฮลตี้มาก ⸜( *ˊᵕˋ* )⸝ จุดนึงที่เอ็นดูคือ...คุณฟู่กับมุกเสี่ยว คุณพี่อินมุกเสี่ยวในเน็ตแล้วเอามาเล่นกับฉาฉาจนต้องถูกเบรก ก็พี่เล่นใส่แบบไม่รู้จังหวะเล้ยยยย เกียดดด (ที่แปลว่าชอบ 555555)

อนึ่ง แม้หลังปกเป็นแบบนั้น แต่เล่มนี้ต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้ตัวจริงของกันและกัน
ปล.ไม่มี nc

ภาษา/การแปล :
อ่านลื่นไหลดี มีหลุดเล็กน้อยมาก
e.g. จากข้างล่าง น่าจะเป็น 'สู้' มากกว่า 'สู่'



ช่องทางการสั่งซื้อ
ไม่มี E-Book

Tuesday, July 18, 2023

[นิยาย] รีวิว คำสาบานแห่งพันธสัญญาเงือก เล่ม 1 - 2

 



(เครดิตรูปปก : https://www.cloverbookpublishing.com/)


ชื่อเรื่อง : คำสาบานแห่งพันธสัญญาเงือก เล่ม 1 - 2
สถานะ : 2 เล่ม (ไทย), 5 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Clover Book Publishing
ผู้แต่ง : Qing Lan Yan Yu
แนวเรื่อง : ไซไฟ, แฟนตาซี, BL


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
เงือกคนสวยขา มีขา และเป็นขาโหด x หนุ่มหล่อล่ำแสนชิล (ชื่อเล่น ฟักทองน้อย )

เซ็ตติ้งของเรื่องเป็นโลกในอนาคต มีการใช้หุ่นรบ อาวุธเลเซอร์ การเดินทางออกนอกโลก (โลกเป็นดาวห่างไกลความเจริญไปแล้ว) พลังจิต ยุคสมัยนี้ผู้หญิงหายาก มีการวิจัยนำยีนของเงือกไปดัดแปลงได้เงือกสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งสามารถให้กำเนิดมนุษย์ได้ โดยเงือกกลุ่มนี้เป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอบอบบาง และไม่ใช่ทุกคนที่มีสิทธิ์ครอบครอง ถ้าไม่มีเงินแล้วอยากแต่งงานกับเงือก ก็ต้องมีความดีความชอบ

ก่อนอื่น ขอเสริมเกี่ยวกับหุ่นเล็กน้อย เท่าที่อ่านเข้าใจว่ามันคล้ายๆ กันดั้ม ให้ไพลอทขึ้นขับ ในเรื่องนี้สามารถใช้มือบังคับได้ แต่ระบบแมนนวลไม่สู้ใช้พลังจิต หากมีพลังจิตแข็งแกร่งจะได้เปรียบกว่า นอกจากนี้ตามที่ระบุในเล่ม 2 การบังคับหุ่นจะมีการใช้ประสาทร่วมกับหุ่นด้วย ถ้าโดนตัดแขนระหว่างต่อสู้ ตัวไพลอทก็จะรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกตัดแขนจริงๆ ทั้งที่ไม่มีความเสียหายทางกายภาพ หรือก็คือ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรงได้นั่นเอง อ่านแล้วชวนให้คิดถึงอีวานเกเลี่ยนเวอร์ชั่นไม่มีน้ำต้มอยู่เหมือนกัน... ╮( ̄ω ̄;)╭

โอเค! เข้าเรื่องดีกว่า!

เล่ม1
ลั่วซิวเจ๋อหลับอยู่ดีๆ มีคนมาตีกันใกล้ๆ จนตื่น เพราะเกือบโดนลูกหลงจากหุ่นยักษ์ ด้วยความพิโรธและเจ้าคิดเจ้าแค้นจึงสอยร่วงซะเลย (คุณพี่คะ...) ฉีหนานซึ่งตอนนั้นกำลังโดนรุม 4 ต่อ 1 และกำลังเพลี่ยงพล้ำไม่รู้เหนือรู้ใต้ ลาภลอยมีคนช่วยเฉย ครั้นเจอว่าคนช่วยคือลู่ซิวเจ๋อก็ตกใจ ยุคนี้เงือกหายากและต้องทะนุถนอมนี่นา ตาคนนี้หลุดมาจากไหนเนี่ย ลั่วซิวเจ๋อไม่ได้สนใจฉีหนานมาก แค่อยากจะรู้สถานการณ์ของโลกในปัจจุบันถึงได้หาคนมาดูความทรงจำ 
ช็อค1 ตัวเองหลับไปนานจัด โลกเปลี่ยนไปหมดแล้ว 
ช็อค2 ฉีหนานมีพลังแฝง รู้ตัวจริงลั่วซิวเจ๋ออย่างนี้ ถึงจะลบความทรงจำไป แต่เกิดมานึกออกทีหลังมิแย่รึ
ดังนั้น พี่เงือกตัดสินใจว่าต้องเกาะหนึบเฝ้าระวังไว้ก่อน

อนึ่ง ลั่วซิวเจ๋อไม่ใช่พลเมืองตามกฏหมาย ยังไม่มีตัวตนในยุคปัจจุบันเลยแฝงตัวเข้าไปในศูนย์ดูแลเงือกด้วยการปรับแต่งความทรงจำของผู้ดูแล ที่นี่จะมีคนมาหาเงือกไปเป็นคู่ครอง พี่แกกะว่าฉีหนานมาเมื่อไหร่จะไปตกมาแต่งงานด้วย ตัวเองจะได้ออกไปตามหาพี่ๆ น้องๆ เงือกของตัวเองได้อย่างชอบธรรม ฉีหนานที่ลืมเรื่องลั่วซิวเจ๋อไปแล้วตกหลุมรักคนสวยขาผู้อ่อนหวานอ่อนโยนอย่างจัง พอพาตัวกลับบ้านถึงได้รู้ว่าเงือกแอ๊บแอ้นี่หว่า ไม่มีแล้วความอ่อนโยน โดนหางหวดติดฝาบ้านแทบทุกวัน

เพื่อให้เป้าหมายตัวเองสำเร็จจำเป็นต้องมีเงินทอง ฉีหนานก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วย ช่วงเวลาพักฮันนีมูน ลั่วซิวเจ๋อนำมาใช้ในการฝึกฝนฉีหนานพร้อมๆ กับหาเงิน ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ฉีหนานถูกใครบางคนวางยาไว้ก่อนทำให้เพิ่มพูนความสามารถไม่ได้ การฝึกหนักเพื่อทลายขีดจำกัดครั้งนี้จึงเกิดผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรงจนถึงขั้นคร่าชีวิตได้เลย ลั่วซิวเจ๋อช็อคสุดๆ แต่ด้วยคุณธรรมในใจที่ไม่อยากเป็นสาเหตุให้ฉีหนานต้องตายเลยกัดฟันยกเกล็ดให้กิน (ปกติเงือกจะมอบให้คู่ชีวิตเพียงคนเดียวของตน) เกล็ดสามารถช่วยชีวิตฉีหนานไว้ได้ และการพัฒนาตัวเองนับจากนั้นก็เป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น อย่างไรก็ตาม เพราะมอบสัญลักษณ์ของการเป็นคู่ชีวิตให้ไปแล้ว นอกจากฉีหนาน ลั่วซิวเจ๋อไม่สามารถมีคู่ครองคนอื่นได้อีก เมื่อตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็ไม่ยอมเหี่ยวแห้งเป็นโสดยันตายหรอก...เอาวะ อย่างน้อยฉีหนานก็ดีอยู่แหละ แผนชีวิตเลยปรับเปลี่ยนอีกครั้งและหันมาเคี่ยวกรำฉีหนานอย่างจริงจังในฐานะว่าที่สามี แน่นอนว่าฉีหนานไม่รู้ว่าตัวเองกินอะไรเข้าไปและสถานะในสายตาเงือกกินคนก็เปลี่ยนไปแล้ว

ช่วงท้ายเล่มทั้งสองได้โชว์ฝีมือให้คนใหญ่คนโตเห็นเลยได้รับจดหมายแนะนำให้เข้าเรียนในวิทยาลัยทหารอันดับ1 จบเล่มที่ออกเดินทางเพื่อไปเข้าเรียนใหม่

คสพ.คู่พระนายเล่มแรกออกแนวคู่หูคู่กัด ฉีหนานถูกทุบตี (ด้วยรัก?) ตลอดจนน่าสงสาร ซิวเจ๋อเหมือนครูโหดๆ แต่ในความเข้มงวดดุดันก็มีด้านเอาใจใส่อยู่ (ก็ว่าที่สามีอะ ต้องดูแลนิดนึง) เมื่อรวมกับนิสัยฉีหนานที่ไม่คิดเล็กคิดน้อยเลยอยู่ร่วมกันได้ค่อนข้างปรองดอง ตัวฉีหนานเองก็ชื่นชมความแข็งแกร่งของซิวเจ๋อ

เล่ม2
ในช่วงครึ่งเล่มแรกจะเล่าถึงการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียน ซิวเจ๋อไม่อยากแกล้งเป็นเงือกอ่อนแอแล้วเลยจัดฉากแกล้งตายไปในเล่มแรก (หรือก็คือเงือกที่แต่งงานกับฉีหนานตายแล้วนั่นเอง) ตอนนี้ใช้ตัวตนใหม่ที่ให้แฮกเกอร์ปลอมแปลงประวัติขึ้นมา จัดฉากว่าเจอฉีหนานตอนเดินทางมาเรียน เวลาพูดให้คนอื่นฟังก็บอก...เห็นแล้วเกิดรักแรกพบ ตามจีบจนสถานะตอนนี้คือคู่หมั้น กันซีนคนอื่นสุดๆ

ซิวเจ๋อกับฉีหนานเรียนคนละกลุ่ม โดยซิวเจ๋อโดดเด่นมากเนื่องจากมีพลังระดับ S คู่ (พลังกาย S พลังจิต S) ซึ่งหายากมากๆ เพราะเรียนคนละสาขาเลยไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันตอนเรียนมากมาย แต่อยู่หอด้วยกัน และฉีหนานยังคงต้องพัฒนาตัวเองอยู่ ในแต่ละวันจึงต้องโดนซิวเจ๋อลากไปซ้อมโหดไม่ต่างจากเดิม แน่นอนว่าฉีหนานเหนื่อยมาก เพียงแต่ซิวเจ๋อก็พยายามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทั้งต้องตามโลกปัจจุบันให้ทัน ทั้งต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ ไหนจะยังต้องดูแลฉีหนานอีก ฉีหนานเลยให้ความร่วมมืออย่างดี...อยากจะเก่งขึ้นจะได้ช่วยซิวเจ๋อได้ด้วยนั่นแหละ

ในช่วงครึ่งหลังของเล่ม ซิวเจ๋อได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนกับต่างโรงเรียน มีฉีหนานตามติดไปด้วย (ครูๆ จัดการให้ฉีหนานไปด้วยทั้งที่ไม่ใช่ความสามารถในกรอบความถนัดเพราะรู้ว่าซิวเจ๋อต้องหาทางหนีบคู่หมั้นไปด้วยแน่ๆ เนี่ย...คนเขามองออกและเอือมกับพี่มากนะ 555555) เพียงแต่แทนที่จะได้ไปร่ำเรียน ระหว่างเดินทางดันโดนเจอสลัดอวกาศ (ช่วงนี้ตัวละครออกมาเยอะมากๆ เพราะมีหลายกลุ่ม) ไปๆ มาๆ เลยจับพลัดจับผลูได้ไปสำรวจดาวดวงใหม่ที่สลัดอวกาศพูดถึงแทน เป้าหมายสำคัญคือไปหาวัตถุดิบมาใช้ประโยชน์กับทำเงินทำทอง เป็นยาจกก็ต้องขยันหาช่องทางสร้างรายได้หน่อย ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้จะได้พบเห็นร่องรอยของการทำวิจัยบางอย่างด้วย?

เล่ม 2 มีตัวละครใหม่ออกมาเยอะพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะผ่านมาแล้วผ่านไป บางตัวละครมี potential ที่จะมีบทบาทในระยะยาว ในปัจจุบันกลับยังไม่ได้เห็นอะไรมาก รู้สึกว่าโผล่มาแล้วโดนโยนทิ้ง (btw ยังเหลืออีกหลายเล่ม ไม่แน่ว่าอาจมีบทหลังจากนี้) บวกกับการบรรยายตัวละครใหม่ที่กั๊กชื่อและใช้ลักษณะภายนอกชี้ตัว พอแห่ออกมาพร้อมกันหลายๆ คนเลยเล่นเอาสับสน

ทางด้านคสพ.ตัวละคร คู่หลักใจตรงกันแล้ว นอกจากหึงแหลก ซิวเจ๋อคอยตอดนู่นตอดนี่ฉีหนานตลอดเวลา (เล่มแรกตีก้นเยอะ เล่มนี้ไม่ได้จะจับจะทัชแค่ก้น แต่หน่มน้มด้วย สาแก่ใจคนชอบบอททอมอกแน่นแน่ๆ (╯✧✧)╯) น่าเสียดายที่ตอนฉีหนานตกลงปลงใจ เอาวะ สารภาพรักดีกว่า!...ดันโดนขัดจังหวะจนพี่เงือกปรี๊ดแตก (ใครกล้าขัดจังหวะตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มวะ (凸ಠ益ಠ)凸) แต่สุดท้ายสถานะคสพ.ก็เปลี่ยนไปเป็นคนรักเต็มตัวแบบไม่ต้องพูดมากความ คิสซีนเองก็มีในเล่มนี้ด้วย

ภาพรวม 2 เล่มแรก บางสถานการณ์ดูผ่านพ้นไปได้ง่ายเกินคาดแต่ก็ไม่ได้ขัดอารมณ์มากมาย ถึงแม้ตัวหลักจะติดบัฟแรง แต่ในเรื่องยังมีคนเก่งกว่าอีกหลายคนเลยไม่รู้สึกว่าบทอวยเวอร์วังจนหมดสนุก อาจเพราะชอบแนวแฟนตาซีที่บทไม่หนักมากอยู่แล้ว กับเรื่องนี้ถือว่าถูกจริตทีเดียว อ่านจบ 2 เล่มในเวลาไม่นาน ไม่ถือว่าจบค้าง แต่ก็อยากอ่านต่อเร็วๆ

ภาษา/การแปล :
เท่าที่เคยอ่านงานของโคลเวอร์มาไม่ประสบปัญหาอะไรเป็นพิเศษ อ่านได้ลื่นไหลปกติดี สำหรับเรื่องนี้เท่าที่เห็นแบบไม่ได้ตั้งใจจับผิดน่าจะเป็นอันนี้ 
e.g. ตรงที่ขีดเส้นน่าจะเป็น 'แทน' มากกว่า 'แทบ'



ช่องทางการสั่งซื้อ
รูปเล่ม >> Lazada

Tuesday, June 20, 2023

[มังงะ] รีวิว Beastars บีสตาร์

 


(เครดิตรูปปก : www.nejavu.com)




ชื่อเรื่อง : Beastars บีสตาร์
สถานะ : ยังไม่จบ (ไทย), 22 เล่มจบ (ญี่ปุ่น)
สำนักพิมพ์ : NED
ผู้แต่ง : พารุ อิทากาคิ (Paru Itagaki)
แนวเรื่อง : Coming of age, แฟนตาซี, ดราม่า
Other : อนิเมฉายแล้ว 2 ภาค ทาง NETFLIX (ภาค 3 ประกาศสร้างแล้วแต่ยังไม่ฉาย)


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
การกดข่มสัญชาตญาณเพื่ออาศัยร่วมกันระหว่างสัตว์กินเนื้อกับสัตว์กินพืช
สัตว์กินเนื้อที่มีความกระหายเนื้อตามธรรมชาติ สัตว์กินพืชที่หวาดกลัวสัตว์กินเนื้ออย่างเลี่ยงไม่ได้

มังงะเรื่องนี้เหมือนจะไม่เป็นที่พูดถึงในบ้านเราเท่าไหร่ สาเหตุสำคัญน่าจะเพราะตัวละครในเรื่องเป็นสัตว์ทั้งหมด ดูเข้าถึงยากกว่าเรื่องอื่นนิดนึง เนื่องจากเล่มแรกปูพื้นเกี่ยวกับเซ็ตติ้งซะมาก ดังนั้นจะขอรีวิวควบหลายเล่มในคราวเดียวเลยนะคะ

🚩 (ภาพรวม) การใช้ความรุนแรง การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การลักพาตัว ฆาตกรรม เลือด ค้าอวัยวะ อาการป่วยทางจิต การทำร้ายตัวเอง การกล่าวถึงการมีเพศสัมพันธ์ ความตาย อาการเสพติด (และน่าจะมีมากกว่านี้)

เวทีของเรื่องเป็นสังคมที่สัตว์กินเนื้อกับสัตว์กินพืชอาศัยอยู่ร่วมกันทำให้มีกฏระเบียบต่างๆ เพื่อคุ้มครองและสร้างความปลอดภัยแก่สัตว์กินพืชซึ่งตามห่วงโซ่อาหารแล้วเป็นเหยื่อของสัตว์กินเนื้อ ตัวอย่างเช่น มีการห้ามสัตว์กินเนื้อล่าสัตว์อื่นและกินเนื้อ เป็นต้น (กินไข่ได้ และบริโภคโปรตีนจากอาหารอื่นๆ แทน) ตัวเอกของเรื่องหมาป่าสีเทา เลโกซี เป็นสัตว์กินเนื้อที่บุคลิกค่อนไปทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อย หน้าตาอาจจะน่ากลัว แต่เป็นซอฟท์บอยตัวจริงเสียงจริงที่ต่อต้านสัญชาตญาณนักล่าในตัว เดิมทีชีวิตของเลโกซีปกติสุขดี จนกระทั่งเจอกระต่ายแคระ ฮารุ สัญชาตญาณสัตว์กินเนื้อก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา เลโกซีคิดว่าตัวเองหลงรักฮารุ แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณนักล่าหรือเปล่า?

ในช่วงต้นเรื่อง โรงเรียนของเลโกซีเกิดเหตุฆ่ากินทำให้สังคมเกิดความระส่ำระสายถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างสัตว์กินพืชกับสัตว์กินเนื้อ ตัวเลโกซีเองหลังจากเกิดความกระหายแบบสัตว์กินเนื้อขึ้นมาก็เข้าไปพัวพันกับโลกภายนอกและตระหนักถึงความเป็นจริงนอกรั้วโรงเรียนมากขึ้น การได้เปิดโลกทัศน์ทำให้เห็น coming of age ของตัวละคร ไม่ใช่แค่เลโกซี ตัวละครอื่นๆ เองก็ค่อยๆ เติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นกัน สิ่งที่เคยพูดไว้ช่วงต้นเรื่อง พอเข้าช่วงท้ายก็เปลี่ยนใหม่เป็นอีกอย่างได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเลโกซียังคงเป็นสัตว์กินเนื้อที่จิตใจดีเหมือนเดิมและรู้สึกอยากปกป้องสัตว์กินพืช เด็กดี๊เด็กดี (T⌓T) อนึ่ง ยิ่งเรื่องเดินไปเท่าไหร่เลโกซียิ่งเจ็บตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเด็กม.ปลายที่สู้ชีวิตสุดๆ รูปลักษณ์ก็มีเหตุให้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ (ความสั้นยาวของขน สีขน แผลต่างๆ)  แผลเป็นเต็มตัวไปหมดแล้วลูกเอ๊ย (T⌓T) 

อาจไม่ได้พูดถึงในเนื้อหาด้านบนนัก แต่เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ตัวละครมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์มาก มีสายพันธุ์และบุคลิกหลากหลาย นอกจากลูอิสกับฮารุที่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่องรองจากเลโกซี ยังมีหมอเถื่อนแพนด้าที่เป็นหมีแต่ดันกินพืช แก๊งเพื่อนสายหมา แมวน้ำคาแรกเตอร์แหวกแนว (การปรากฏตัวของสัตว์น้ำอิมแพคต่อเนื้อเรื่องในแง่หนึ่งพอสมควรเลย) คุณม้า(รุ่นปู่)มาดเท่ แก๊งสิงโต (ชิชิกุมิ) ที่ตอนปรากฏตัวครั้งแรกให้ความรู้สึกน่ากลัว แต่ไปๆ มาๆ ดันกลายเป็นก๊วนที่มีบทบาทน่าสนใจด้วย

อ.พารุเล่าความสับสนของวัยว้าวุ่นและสัญชาตญาณตามแรงกระตุ้นได้ดีมาก รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องก็ใส่ใจอย่างดี (ตัวอย่างเช่น ช่วงผลัดเขาของรุ่นพี่ลูอิสที่เป็นกวาง เป็นช่วงฤดูผสมพันธ์และเป็นช่วงที่แกคบหาหลับนอนกับฮารุพอดี) อ่านไปเรื่อยๆ แล้วเหมือนได้เปิดรับมุมมองใหม่ๆ ตามตัวละครไปด้วย

ส่วนตัวชอบเรื่องนี้มาก โทนและสีสันของเรื่องอาจจะหม่นนิดๆ แต่กลมกล่อม เป็นเรื่องที่อยากแนะนำให้คนอื่นได้อ่าน

งานภาพ :
ลายเส้นมีความดิบๆ หน่อย แต่หนักแน่นคมชัด ดูสมเป็นโลกของสรรพสัตว์ดี

ภาษา/การแปล :
มีการวางช่องผิดและแปลแปลกๆ อยู่บ้างในช่วงเล่มแรก ป้ายและตัวหนังสือเล็กๆ ในฉากหลัง (นอกบับเบิลคำพูด) ไม่ได้แปลละเอียดยิบย่อย


ช่องทางการสั่งซื้อ
>> Shopee


Monday, June 19, 2023

[มังงะ] รีวิว รักไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของคุณคุโรซากิ เล่ม 1


 (เครดิตรูปปก : www.naiin.com)



ชื่อเรื่อง : รักไม่หยุดฉุดไม่อยู่ของคุณคุโรซากิ เล่ม 1
สถานะ : ยังไม่จบ
สำนักพิมพ์ : Dango Manga

ผู้แต่ง : Pico Okada
แนวเรื่อง : โรแมนติก


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
หนุ่มนักเขียนสายรุก (สุดซื่อ) - สาวม.ปลายใจดีช่างเทคแคร์

🚩ผู้ใหญ่แปลกหน้าวัยทำงานตามตื๊อสาวม.ปลาย ชีวิตจริงอันตรายมากนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเด้อ

ครอบครัวโคฮารุจัง (นางเอก) เปิดร้านข้าวปั้น วันดีคืนดีระหว่างเปิดร้านตามปกติ มีลูกค้าขาประจำหอบบัญชีเงินฝากมาขอแต่งงานด้วยเงิน 1 พันล้าน จะเป็นใครไปได้นอกจากพระเอกอย่างคุณคุโรซากิ...คุณพี่ก็รุกแรงเกิ๊น ╰(▔∀▔)╯

แม้โคฮารุจังจะปฏิเสธ (แหงสิ...) แต่เพราะเป็นคนถ้อยทีถ้อยอาศัย ใจอ่อนสุดๆ ก็เลยไม่ได้กีดกันห้ามเข้าร้าน คุณคุโรซากิซึ่งซื่อเหลือหลายเลยพยายามเข้าหาอย่างเก้ๆ กังๆ ต่อไป อาจจะดูเหมือนคนน่าสงสัยไปบ้างแต่พี่แกจริงใจมากและพยายามซัพพอร์ตนางเอกสุดความสามารถทำให้พานเกลียดไม่ลง ถึงขั้นทำให้โคฮารุจังเอ็นดูอยู่ไม่ใช่น้อย ด้วยความที่มีน้องชายสองคน บางครั้งบางคราวเลยเห็นคุณพระเอกแสนไร้เดียงสาวัย 23 ปีเหมือนน้องชายตัวโตไป (โถถถถ) อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่คุณพี่แกหน้าตาดีเกินไป หนำซ้ำยังคลั่งรักสุดๆ สาวเขาก็มีใจเต้นแหละ

โดยส่วนตัวเอ็นดูนางเอกมาก น่ารักนุ่มฟูแสนดี ฟากตาพระเอกออกแนวขายขำกับความคลั่งรักสไตล์ลูกหมา (อาทิเช่น หอบเงินพันล้านไปให้เพราะเห็นว่าฟิคชันสำหรับผู้หญิงมีแต่พระเอกรวยๆ, ไม่ได้กินข้าวปั้นร้านนางเอกนาน พอได้กินทีก็ยัดทะนานเกินพิกัดจนป่วย...(ー ー;)) คุณบก.ของพระเอกทรงงานหนักมากจริงๆ เหนื่อยหน่อยนะคะ

เหมาะสำหรับคนต้องการเนื้อเรื่องหวานๆ เบาๆ ลายเส้นโชโจสวยๆ (❤ω❤)

ช่องทางการสั่งซื้อ
>> ร้านค่าทั่วไป หรือ IB เพจ FB สนพ. FB Dango Manga
>> ไม่มี E-Book