Thursday, August 10, 2023

[มังงะ] รีวิว ต่อให้ปากจะฉีกก็ไม่บอกรักเธอหรอก


 (เครดิตรูปปก : https://thailand.kinokuniya.com/)




ชื่อเรื่อง : ต่อให้ปากจะฉีกก็ไม่บอกรักเธอหรอก
สถานะ : ยังไม่จบ 
สำนักพิมพ์ : Luckpim
ผู้แต่ง :  Akari Kajimoto
แนวเรื่อง : แฟนตาซี, โรแมนติก, คอเมดี้
Other : ลงแอพ Manga Plus (ENG)


ความรู้สึกหลังอ่าน


เนื้อเรื่อง :
หนุ่มม.ปลายที่หลงรักพี่สาวสิ่งลี้ลับตำนานเมือง - สาวปากฉีกที่พยายามทำให้ไอ้หนุ่มมันกลัวตัวเองให้ได้

อีกหนึ่งโรแมนซ์จากสายโชเน็นที่เป็นมิตรต่อใจแต่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ (ว้านหวาน หวานตัดขา)

มนุษย์เต็มตัวโคอิจิคุงมีคู่หมั้นเป็นตำนานเมืองอย่างสาวปากฉีกคุณมิโรคุ ตระกูลของโคอิจิไม่ได้เพิ่งแต่งงานกับสิ่งลี้ลับ แต่คุณน้องก็จิตใจแข็งแกร่งเกิน ไม่ใช่แค่เต็มใจอยากแต่ง ออกแนวกระเหี้ยนกระหือรืออยากแต่งให้ได้ อยากแต่งให้ไว ชอบคุณมิโรคุสุดๆ ทำเอาสาวเจ้างง ปกติมันต้องกลัวดิ นี่สาวปากฉีกมั้ย โคอิจิบอกไม่ ก็คุณมิโรคุน่ารักอะ

หนุ่มน้อยที่อยากแต่งงานกับพี่สาวที่ไม่อยากแต่งเลยมาพนันกันยกหนึ่ง ภายใน 1 ปี ถ้าคุณมิโรคุทำให้โคอิจิกลัวได้ หมั้นเหมิ้นอะไร ยกเลิกให้หมด แต่ถ้าโคอิจิไม่กลัวจริงๆ ก็มาแต่งกันเถอะ...พูดตรงๆ คุณมิโรคุงานหนักมาก ไอหนุ่มมันคลั่งรักจัด หนำซ้ำยังประสาทแข็งผิดมนุษย์มนา บางจังหวะคุณมิโรคุไม่ได้ตั้งใจจะหลอกให้กลัวแต่เกิดอุบัติเหตุบางอย่างทำขากรรไกรล่างหลุด (...ก็ปากฉีกนี่นา) เด็กมันไม่กลัว แถมช่วยหาด้วยว่าขากรรไกรไปอยู่ไหนแล้ว...คุณมิโรคุยอมแพ้เหอะ 555555

ตัวละครที่ปรากฏในเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาตำนานเมืองต่างๆ บรรดาตัวละครฝั่งมนุษย์มีบทไม่มากนัก (เช่นเพื่อนๆ จากโรงเรียนของโคอิจิ) สิ่งที่น่าสนใจนอกจากการเดิมพันของคุณมิโรคุกับโคอิจิคือการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดับไปของเหล่าสิ่งลี้ลับตำนานเมือง แถมตระกูลของโคอิจิดูมีที่มาน่าสงสัยพิกลนะ? 

ตอนนี้ไทยออกมา 3 เล่ม หนุ่มน้อยบนปกเล่ม 3 อีกคนคือน้องชายคุณมิโรคุ เรื่องนี้ไม่มีรักหลายเส้าค่ะ สถานการณ์จำนวนเล่มตามหลังญี่ปุ่นอยู่พอสมควร ช่วงหลังโคอิจิคุงตบมุกดุดันมาก breaking the 4th wall ไม่เกรงใจตำแหน่งพระเอก (=`ω´=) อนึ่ง เมนจขบ.คือคุณอุดะ ในเรื่องให้ฟีลประมาณผู้ดูแลของโคอิจิคุง คุณเขาฮอตมากค่ะ ตอนจัดอันดับความนิยมตัวละครก็ฟันอันดับ 1 ไปด้วยคะแนนทิ้งห่าง ได้รับความรักจากด้อมสุดๆ เป็นตัวละครขายเท่ก็ไม่ใช่แต่ทำไมคนรักเยอะนัก เผื่อตกหลุมด้วยกัน ลองมาสัมผัสเสน่ห์คุณเขาได้เลยค่ะ (´。• ᵕ •。`) 💗 << โคอิจิคุงกับคุณมิโรคุกำหมัดให้การขายนี้

ด้วยความลำเอียง ขอแปะรูปพิอุดะจากทวิตอ.คาจิโมโตะ (´ ∀ ` *)

(เครดิตรูป : Twitter @kajimotoakari)

ตอนที่นั่งพิมพ์อยู่นี้ทางอฟช.ออกมาประกาศว่าใกล้จบมากแล้ว เรื่องนี้มีลงในแอพมังงะพลัสของชูเอย์ฉะ อัพเดททุกๆ 2 สัปดาห์ สามารถเข้าไปทดลองอ่านได้ฟรี แต่เป็นภาษาอังกฤษค่ะ 

งานภาพ :
ลายเส้นของสาวปากฉีกจะต่างจากการ์ตูนโชโจที่มีความวิ้งวับ สกรีนโทนเป็นประกาย โดยน้ำหนักลายเส้นจะหนักแน่น อีกทั้งด้วยความที่ตัวหลักไม่ใช่มนุษย์ โทนสีจึงอึมครึมเล็กน้อยและเต็มไปด้วยสกรีนโทนค่อนข้างเข้ม ในเรื่องไม่มีซีนสยองขวัญสั่นประสาทชวนแหวะ สามารถอ่านได้ชิวๆ (มีที่วาดให้ออกมาดูน่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่น้อยมากและไม่ได้ขายหลอนขนาดนั้น)

ช่องทางการสั่งซื้อ

[นิยาย] รีวิว 1995 หวนวารวันฉันและนาย เล่ม 1 - 3

(เครดิตรูปปก : www.naiin.com)


ชื่อเรื่อง : 1995 หวนวารวัน ฉันและนาย
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Lilac
ผู้แต่ง : อ้ายค่านเทียน (Ai Kan Tian)
แนวเรื่อง : Slice of life, BL

 

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :

🚩 Pseudo-incest (พี่น้องไม่แท้), การฆ่าตัวตาย, การฆ่าคนและการใช้ความรุนแรง, การลักพาตัว

เปิดไว้ก่อนว่าหลีโจว (นายเอก/พี่ชาย) กับหลีเจียง (พระเอก/น้องชาย) เป็นพี่น้องกันค่ะ ถึงจะคนละพ่อละแม่แต่ก็โตมาด้วยกัน ถูกเลี้ยงมาอย่างพี่น้อง มารู้ความจริงว่าหลีโจวถูกรับมาเลี้ยงตอนหลีโจวอายุ 15 หลีเจียงอายุ 13

หลีโจวเป็นวิญญาณนั่งเฝ้าอยู่ตรงหลุมศพตัวเอง สมัยมีชีวิตอยู่ความสัมพันธ์กับน้องชายย่ำแย่ ถึงอย่างนั้นหลีเจียง น้องชายก็แวะมาเยี่ยมหลุมศพสม่ำเสมอ นานวันเข้าหลีโจวก็ปลงตก ปล่อยวางความรู้สึกสมัยยังมีชีวิตอยู่ แต่น้องชายกลับมาฆ่าตัวตายหน้าหลุมศพ หลีโจวที่ปล่อยวางได้แล้วเป็นวิญญาณ จะห้ามก็ห้ามไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ย้อนมาเป็นตัวเองตอนอายุ 15 ตอนที่เพิ่งรู้ความจริงใหม่ๆ ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงไม่ใช่คนตระกูลหลี 

หลีโจวตั้งใจว่าย้อนเวลากลับมาครั้งนี้จะใช้ชีวิตใหม่ จะไม่แก่งแย่งชิงดีในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเอง ไม่ไปสู้รบกับน้องชายอย่างชาติก่อน ใครดีใครชั่วก็รู้เห็นหมดแล้วด้วย ไม่ยอมเป็นเครื่องมือให้พ่อบุญธรรม (ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของหลีเจียง) อีก

ในตระกูลหลี คนใหญ่สุดคือตาหรือผู้เฒ่าหลี พ่อเป็นเขยแต่งเข้า ภายนอกวางตัวดี ภายในทะเยอทะยานโลภมาก ชาติที่แล้วหลีโจวหลงคารมพ่อบุญธรรมจนทุกอย่างพังไปหมด ครั้งนี้เลยตั้งใจจะใช้ชีวิตใหม่ หาพ่อแม่ที่แท้จริงแล้วออกจากตระกูลหลี ไม่เข้าไปพัวพันกับการแย่งชิงอำนาจทรัพย์สินใดๆ ที่มีพ่อเป็นตัวตั้งตัวตี เพียงแต่ก่อนออกไปอยากช่วยน้องชายให้ได้ก่อน ชาติที่แล้วหลีเจียงประสบอุบัติเหตุ ขาสองข้างเกือบเดินไม่ได้ พ้นจากพิการมายืนได้ด้วยตัวเองหวุดหวิดแต่ก็มีอาการขากะเผลก เป็นจุดเปลี่ยนบุคลิกและนิสัยใจคอคุณชายเล็ก ผู้เฒ่าหลีป่วย ยังมาตรอมใจเพราะอาการบาดเจ็บของหลานคนเล็ก ชาตินี้หลีโจวย้อนกลับมาถึงช่วงก่อนเกิดอุบัติเหตุพอดี อาศัยว่าน้องชายยังเป็นเด็กน้อยว่าง่ายคอยตามประกบน้องอยู่ตลอด สุดท้ายก็ช่วยได้สำเร็จแลกกับตัวเองบาดเจ็บที่แขน สำหรับหลีโจวคุ้มค่ามาก อนึ่ง อุบัติเหตุคราวนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลและทำให้หลีเจียงทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรงด้วย

เบาใจเรื่องน้องก็มาจัดการเรื่องตัวเองต่อ หลีโจวพอมีกรอบในการตามหาพ่อแม่อยู่แล้ว ควานหาตัวไม่นานก็หาเจอ พ่อแม่ที่แท้จริงของหลีโจวตามหาหลีโจวมาตลอดเช่นกัน ไม่ได้ทอดทิ้งลูก แต่ลูกถูกพวกลักเด็กพาตัวไป พอครอบครัวเจอหน้ากัน เซนส์ต่างฝ่ายต่างบอกว่า...ใช่แล้วแหละ พอไปตรวจดีเอ็นดีผลลงเอยออกมาตามคาด 

นายใหญ่ลู่ พ่อแท้ๆ ของหลีโจวเป็นพ่อหมีตัวใหญ่ประจำเกาะ ตัวโต ท่าทางน่ากลัว รักคุณธรรม ทำธุรกิจสายเรือ ลูกน้องและเพื่อนฝูงเยอะ เป็นคนมีหน้ามีตาและเป็นขาใหญ่ของพื้นที่ แต่พออยู่ในบ้านเป็นพ่อซื่อบื้อสายเปย์ หวงลูกมาก กลัวลูกหายไปอีก หลีโจวจะเหมือนแม่มากกว่าทั้งนิสัยและหน้าตา นายหญิงเย่หงอวี้เป็นสาวแกร่ง มีภาวะผู้นำ ใจเย็น ทำงานเก่ง ตัวหลีโจวเคยคร่ำหวอดทำธุรกิจมาก่อน ใช้ความรู้กับประสบการณ์ รวมทั้งความได้เปรียบจากการรู้อนาคตมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจ ชื่อใหม่ของหลีโจว คือ ลู่อี้โจว ทั้งนี้พ่อแม่ยังให้เกียรติทางบ้านหลีที่ดูแลหลีโจวมา หลักๆ คนในบ้านก็ยังใช้ชื่อหลีโจวเรียกด้วย

เดิมทีพ่อบุญธรรมแค่อยากลองใจหลีโจวเลยเอาข้อมูลเรื่องที่หลีโจวถูกรับมาเลี้ยงไปวางไว้ให้หลีโจวเห็น แถมยังให้ข้อมูลปลอมเกี่ยวกับครอบครัวไว้ พอโดนดัดหลังมารู้ว่าหลีโจวเจอพ่อแม่ตัวจริงเสียงจริงแล้วจะออกจากตระกูลหลีก็ตกใจ 

การออกจากบ้านตระกูลหลีของหลีโจวกระทบกับหลีเจียงมาก น้องเป็นหมาน้อยช่างอ้อน ติดพี่สุดๆ สบโอกาสเมื่อไหร่เป็นต้องหาเรื่องไปหาพี่ให้ได้ ถึงขั้นก่อเรื่องจนได้ย้ายไปเรียนโรงเรียนเดียวกับหลีโจวระยะหนึ่ง (ที่ทางบ้านยอมเพราะมีปัญหาภายในส่วนหนึ่ง ให้คุณชายเล็กหลบออกจากเมืองหลวงสักพักเป็นเรื่องดี) เทียบกับชาติก่อน หลีเจียงทั้งว่าง่ายทั้งน่ารัก แสดงออกตรงไปตรงมาว่าโอ๋ผมหน่อยๆ แถมน้องมันชอบมาเกาะแกะ ผนวกกับเรื่องจากชาติก่อน หลีโจวที่อยากดูแลน้องดีๆ เลยค่อนข้างตามใจ ยิ่งโอ๋เด็กมันยิ่งวอแว เป็นวงจรอันแสนน่าสังเวช 55555 หลีโจวชินกับสกินชิปและการดูแลเอาใจน้องชายระดับประมาณว่า...เลือกกินเหรอ เอ้า เลาะก้างปลาให้ละ...ยาขมไม่ยอมดื่มดีๆ เหรอ เอ้า ช่วยป้อน ด้านหลีเจียงนอกจากชอบฉอเลาะให้พี่ชายตามใจ จะออกอาการด้วยการงอนหรือน้อยใจพี่บ่อยๆ...จะไม่ได้เจอพี่แล้วเหรอ ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อล่ะ บลาๆๆ นอกจากนี้คือชอบแตะเนื้อต้องตัว กับ...เปย์ 55555 เป็นเด็กเป็นเล็ก จ่ายเก่งเหลือเกินลูกเอ๊ย สรรหานู่นนี่นั่นมาให้ตลอด อยู่ต่อหน้าพี่น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู ลับหลังหลีเจียงหูตารอบตัว ตัวห่างกันแต่รู้นะว่าในโรงเรียนมีคนหลงรักพี่เต็มไปหมด หาทางกันซีนจากระยะไกลได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น (ノ°益°)ノ

ต่อให้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วพี่น้องหลียังติดต่อกันตลอด โทรศัพท์บ้าง จดหมายบ้าง ไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ ค้างบ้านเอย ทำกิจกรรมด้วยกันข้างนอกเอย ระหว่างค่อยๆ เติบโต เริ่มจากตอนม.ปลายเป็นต้นมา หลีโจวช่วยนายใหญ่ลู่ออกไอเดียดูแลโรงงาน (นายใหญ่ขยับขยายจากทะเลขึ้นมาบนบก บอกว่าทำโรงงานดูเท่ดี) ฟากหลีเจียงก็เรียนหนัก ผู้เฒ่าหลีสุขภาพไม่ดี รักษาตัวอยู่ต่างประเทศ ภาระเลยตกลงมาบนบ่าหลีเจียงค่อนข้างมาก อิสระหดหายไปเยอะ จะหาวันว่างๆ ไปใช้ร่วมกับพี่ยังเจียดเวลาได้ยาก เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเล่าช่วงสองพี่น้องเป็นนักเรียน พอเข้าท้ายเล่ม 2 จะมีการบรรยายรวบรัดอย่างรวดเร็วว่าหลีเจียงที่เรียนข้ามชั้นเรียนจบเร็วและทำงานเต็มตัว ส่วนหลีโจวเรียนหมอ (ส่วนหนึ่งเพราะตาป่วย อยากทำความรู้จักเรื่องหยูกยามากขึ้น) 

เนื่องจากเรื่องนี้มีตัวร้ายหลักคือพ่อ จะมีการปิดประเด็นนี้ตอนเล่มจบ ถือว่าเป็นจุดจบที่อนาถมาก สปอยหนักๆ คือโดนทุบจนตาย ส่วนฝั่งตัวเอกของเรามีดราม่าเล็กน้อย หลีโจวถูกโรคจิตลักพาตัว ได้รับบาดเจ็บจนตามองไม่เห็นไประยะหนึ่ง แต่ก็ค่อยๆ ฟื้นตัว มีหลีเจียงดูแลอย่างใกล้ชิด ปู่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์เองก็อาการดีกว่าชาติก่อนมาก ถึงตอนท้ายจะหลงๆ ลืมๆ ยังได้อยู่กับลูกหลาน มีคนดูแลดี ส่วนแม่ที่หย่าขาดจากพ่อ สุดท้ายมีผู้ดีๆ เข้ามาหา เป็นเพื่อนเก่าแก่ที่แอบชอบมาตั้งแต่สมัยเรียน 
แฮปปีัเอนด์ <( ̄︶ ̄)>

ในด้านความสัมพันธ์ ขอเสริมแยกตรงนี้ ตอนเล่มแรกเป็นพี่น้องกันแบบไม่เห็นแววว่านี่พระนายเหรอวะ? จากเลนส์จขบ.สามารถบอกว่าเป็นบราค่อนได้ แต่เกินเลยไปมากกว่านั้นรู้สึกว่ายาก ปัจจัยสำคัญคือโตมาแบบพี่น้องกัน เวลาแนะนำกับคนอื่นก็บอกว่าเป็นพี่น้อง ต่อให้มีคนรู้จักใหม่ๆ ในสังคมใหม่ก็ยังนิยามอีกฝ่ายเป็นพี่ชายและน้องชายอยู่ (แม้ตอนเล่ม 2 หลีเจียงจะเริ่มเตลิดแล้ว ก็ยังคงติดกับคำว่าพี่น้อง) 
ผลจากการค่อยๆ ตะล่อม ค่อยๆ แสดงออกทีละนิดอย่างอดทนของหลีเจียง ช่วงจบเล่ม 2 หลีโจวรู้สึกว่าเป็นแบบนี้กับน้องชายมันไม่ค่อยเข้าท่าแล้วนะ มันเหมือนจะเกินพี่น้องไปแล้ว มาส่งสัญญาณกันตรงๆ เรื่องการคบหาในความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้นช่วงต้นเล่ม 3...ซึ่ง ไม่มีดราม่าจ้ะ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ราบรื่นหมดจนงง คนรอบข้างก็ไม่อะไร ไม่มีปัญหาด้านความรู้สึกหรือศีลธรรมใดๆ รับได้อย่างรวดเร็ว ใครคิดว่าต้องมีซีนบีบคั้นหัวใจ การต่อสู้กับศีลธรรมในใจ มันน้อยมากจนอยากบอกว่า...ไม่มีเจ้าค่ะ ฟีลกู๊ด (เกิ๊น) ยันจบเรื่องนั่นแหละ ฉะนั้นจึงตะขิดตะขวงอยู่เหมือนกันที่เป็นคนรักแล้วยังมานับพี่นับน้องอีก คำเรียกน่ะไม่แปลกหรอก แต่คำบรรยายยังใช้พี่น้องอยู่ ขนาดคู่นี้มีลูก 2 คน  ชายหญิงอย่างละคน ลงเอยก็เหมือนยังข้ามไม่พ้นความสัมพันธ์พี่น้องโดยเด็ดขาด ในแง่หนึ่งอาจเพราะตอนเป็นพี่น้องเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญ แต่คบหาเป็นคนรักกันแล้วนะเหวย จะดีเหรอคะ... (ลองเป็นชีวิตจริงคือ หน่านิ?! Σ(°△°|||)) สรุปคือสุขนิยมยิ่งกว่าที่คาด 

หากเปรียบเทียบกับ 1988 เรื่องของหมี่หยางที่ออกกับไลแลคไปก่อนหน้านี้ เส้นเลิฟไลน์ของเรื่องหมี่หยางจะโดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด 1995 จะดรอปตรงนั้นลงแล้วไปเพิ่มเรื่องการทำธุรกิจกับการตบตีกับเจียงซิงหย่วน (พ่อหลีเจียง/พ่อบุญธรรมหลีโจว) และถึง 1995 จะเปิดเรื่องมาด้วยการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติตระกูลหลี เอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีเหลี่ยมคมฟาดฟันดุเดือด ตัวร้ายไม่ได้มีพาวเวอร์อะไรมาต่อกรกลับกลุ่มตัวเอกเป็นทุน เรื่องนี้จึงเป็นแนวอบอุ่นหัวใจทั่วๆ ไป ตัวละครส่วนใหญ่ในเรื่องเป็นคนดีๆ เหมาะเอาไว้อ่านชาร์จแบตพักผ่อน

ตอนซื้อเรื่องนี้มาคาดหวังไว้เยอะเพราะชอบ 1988 เอาเข้าจริงไม่ถึงกับผิดหวัง แค่ไปได้ไม่ถึงจุดที่หวังมากกว่า จุดทำคะแนนของเรื่องนี้ที่จขบ.ชอบมากคือตัวละครค่ะ ชอบนายเอกสุขุม ใจเย็น ใจดี กับพระเอกแนวหมาน้อยช่างอ้อน (ซึ่งแอบเหลี่ยมเล็กๆ) แล้วก็ไม่มีสงครามความรักด้วย มีกันอยู่แค่ 2 คนนี่แหละ ในฐานะคนที่มีตัวชี้วัดความชอบนิยายอยู่ที่ตัวละครกับความสัมพันธ์ของตัวละครในอัตราส่วนค่อนข้างมาก เรื่องนี้โอเคค่ะ พระนายตรงสเปกมีชัยไปกว่าครึ่ง 555555555555

ภาษา/การแปล :
โดยรวมอ่านลื่นไหลดี แต่ก็มีบางจุดที่ใช้คำซ้ำซ้อนหรือแปลแปลกๆ ทำให้สะดุดอยู่เหมือนกัน
e.g. ตรงนี้ไม่น่ามีคำว่า "แต่" อาจจะเป็นแม้ หรือตัดคำว่าแต่ทิ้งไปเลยไหม พอมีคำว่าแต่อยู่ด้วยทำให้ย่อหน้านี้อ่านเข้าใจยาก (ส่วนหนึ่งอาจเพราะใช้คำว่าแต่ต่อเนื่องติดๆ กัน)
มีจุดที่รู้สึกว่าเรียบเรียงออกมาแปลกๆ ประปราย (หรือมีคำตกก็ไม่แน่ใจ) ตัวอย่างเช่น
พิมพ์ตก/พิมพ์ผิด เช่น
นอกจากนี้มีความไม่สม่ำเสมอของการใช้คำแปล หลุดใช้คำว่า "ชายหนุ่ม" กล่าวถึงหลีเจียง ซึ่งจากเนื้อเรื่องช่วงนั้นส่วนใหญ่จะใช้คำว่า "เด็กหนุ่ม" มากกว่า และจริงๆ อายุตอนนั้นใช้เด็กชายยังได้เลย
ตอนท้ายเล่ม 1 ใช้คำว่าชายหนุ่มแทนตัวหลีเจียง น่าจะหลุดมา (ในเนื้อเรื่องตอนนี้น้องอายุ 13 เอง)
พอมาเล่ม 2 ใช้คำว่าเด็กหนุ่มแทนตัวหลีเจียง

ส่วนตรงนี้น่าจะใส่ชื่อตัวละครผิด ต้องเป็นหลีเจียงหรือเปล่า?

ช่องทางการสั่งซื้อ

>> Amarin 

>> Naiin





Monday, August 7, 2023

[นิยาย] รีวิว Chef's Menu สูตรรัก เมนูร้อน

(เครดิตรูปปก : m.se-ed.com)



ชื่อเรื่อง : Chef's Menu สูตรรัก เมนูร้อน
สถานะ : 2 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Gemini Publishing
ผู้แต่ง : เฉิงเสวี่ยเซิน
แนวเรื่อง : โรแมนติก, BL


ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
ที่ปรึกษาการลงทุนหน้ายิ้มเคลือบยาพิษ หลินชางเสวียน - เชฟผู้จริงจังใจเย็นแต่อ่อนโยนขัดกับภาพลักษณ์ เฉิงอวี๋

จากเรื่องย่อหลังปกนึกว่าจะมาแนวโรแมนติก Slice of life อ่านได้เรื่อยๆ ออกแนวอบอุ่น แต่มีอะไรในเนื้อเรื่องเยอะกว่าที่คิด ค่อนข้างจะเกินคาดอยู่เหมือนกัน 

🚩การนอกใจ, ความรุนแรง, ความรุนแรงในครอบครัว(พ่อนายเอก), วางยา, มีฉากปาร์ตี้มั่วสุมเหล้ายาและเซ็กซ์ (ตัวหลักถูกลากเข้าไปพัวพันแต่ไม่ได้ไปมั่วสุมกับเขา), มีฉากพระเอกลักหลับ (ในระดับกอดจูบลูบคลำ) ตอนนายเอกหลับ

ในเรื่องแม้จะใช้การบรรยายแบบบุคลลที่ 3 แต่มุมมองการเดินเรื่องส่วนใหญ่เป็นมุมนายเอกซึ่งค่อนข้างโทรลพอสมควร ทั้งด้วยฟิลเตอร์หนาๆ และทั้งความการละครของพระเอก ดังนั้นขอแจงให้ชัดตั้งแต่ต้นก่อนเลยว่าเชฟ (ผมดำ) เป็นรับ และพ่อหนุ่มที่ปรึกษาผู้บอบบาง (เหรออออ) เป็นรุกค่ะ ไม่มีสลับ

เข้าเรื่องเลยนะคะ

แฟนหนุ่มของเฉิงอวี๋มีความสัมพันธ์คลุมเครือกับรุ่นพี่ที่ทำงานซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้า (ตามหลังปกเลย ตาคนนี้คือหลินชางเสวียน พระเอกของเรื่องนั่นเอง) แม้ได้เจอไม่บ่อยนักแต่เจอชายชู้ (...) ทีไรเป็นต้องสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบใจของอีกฝ่าย เฉิงอวี๋อดทนเพราะรักแฟน แล้วยังเป็นแฟนคนแรกในชีวิตด้วย แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวจนเป็นฝ่ายบอกเลิก สังคมแวดล้อมไม่ได้เหมือนกับแฟนแท้ๆ แทนที่จะเลิกแล้วจบ ดันไม่จบง่ายๆ ซะงั้น อยู่มาวันหนึ่งแฟนเก่าโทรมาหากลางค่ำกลางคืน ขอให้มารับตัวเองที่กำลังเมา เฉิงอวี๋เป็นคนดี ตั้งใจจะไปรับเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ปรากฏว่าพอตัวเองปรากฏตัวถึงได้รู้ว่าความหวังดีถูกเหยียบย่ำ แฟนเก่ากำลังกินดื่มหมดสภาพอยู่กับพวกคุณชายเสเพล และเฉิงอวี๋ถูกใช้เป็นหัวข้อพนันเท่านั้น คุณชายโจว (ออร่าชายชั่วฟุ้ง) บอกว่าจะรับคนกลับเหรอ งั้นดื่มดิ จริงๆ แล้วเหล้าดีกรีแรงที่ส่งมาให้ไม่ควรกินสุดๆ แต่เฉิงอวี๋ก็กิน...ผลคือคอแข็งยังไงก็น็อก แถมไปทำให้คุณชายโจวโมโหฐานท้าทายอีกต่างหาก รอดมาได้เพราะชางเสวียนแท้ๆ

เฉิงอวี๋ที่ปกป้องพนักงานตัวเล็กๆ จนโดนหัวหน้าประสาทเสียไล่ออกซวยซ้ำซ้อน เลิกกับแฟนไม่พอ ชีวิตยังมาติดพันกับหลินชางเสวียน วันที่หลินชางเสวียนพามาส่งถึงรอดจากการโดนจับกดหวุดหวิดแต่คนแซ่หลินทิ้งถุงยางใช้แล้วไว้เป็นของดูต่างหน้า (จัดฉากค่ะ นางสะตอ (¬‿¬ ) ) แถมยัง (แอ๊บ) ตีเนียนเหมือนสาวน้อยถูกรังแกอีก... 

เฉิงอวี๋จับพลัดจับผลูได้ทำงานเป็นหัวหน้าเชฟร้านบาชิกของตระกูลไป๋ ซึ่งคุณชายไป๋ที่เปิดร้านอาหารเมนูจับคู่แปลกพิสดารและไปตามตื๊อเฉิงอวี๋มาเป็นหัวหน้าเชฟก็คือเพื่อนเก่าแก่ของชางเสวียน...ยิ่งสลัดคนแซ่หลินไม่หลุดไปกันใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ทำความรู้จักมากขึ้น เฉิงอวี๋ค่อยรู้ว่าตัวเองเข้าใจชางเสวียนผิดไปหลายเรื่องมากและมองอีกฝ่ายดีขึ้น ไม่ได้ต่อต้านเท่าช่วงแรก ตัวอย่าง คือ ชางเสวียนที่เคยได้ยินมาไม่ชอบปลา (ปลา = อวี๋) เคยเข้าใจว่าเป็นการแสดงความเป็นปรปักษ์ถึงบอกว่าไม่กินเมนูปลา แต่ชางเสวียนทริกเกอร์ปลาจริงๆ สมัยก่อนเคยเลี้ยงปลาทอง รักมาก แม่เลยเอาปลาทองที่เลี้ยงไว้มาต้มแล้วบังคับให้กิน เฉิงอวี๋ได้ยินแล้วอึ้ง คนอ่านเองก็อึ้งค่ะ 〣( ºΔº )〣 

เนื้อเรื่องของตัวละครหลักดำเนินไปพร้อมกันๆ (ส่วนใหญ่อยู่ในมุมเฉิงอวี๋) 
ฝั่งเฉิงอวี๋คือการดูแลร้านในฐานะหัวหน้าเชฟพร้อมๆ กับรับมือไป๋หลี่ที่มีแต่ใจอยากเปิดร้านแต่ไม่มีความรู้ด้านอาหารและบริหารไรไม่เป็น โผล่มาเพื่อทิ้งคอนเสปเมนูยากๆ ไว้ให้แล้วจากไป หัวหน้าเก่านิสัยแย่ก็สกัดดาวรุ่ง หางานให้อยู่เรื่อยๆ เพื่อผลักดันร้านใหม่และตัวเอง เฉิงอวี๋จึงตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร

ทางด้านชางเสวียน ทุกๆ วันหัวหมุนอยู่กับการทำงานหาเงิน ต้องอยู่ร่วมกับคนรวยมีอำนาจ (พวกคุณชายโจวนั่นแหละ) ยิ้มการค้ารับมือจนเหนื่อยใจ ถึงหน้าด้านไปขอข้าวเฉิงอวี๋กินบ่อยๆ และได้ข้าวกล่องกลางวันมากินแต่โจมตีรุกจีบยังไงก็ไม่สะเทือน o(TヘTo)

กว่าเฉิงอวี๋จะรู้ว่าไอ้คนที่เหมือนจะเป็นชายชู้จนแตกหักกับแฟนเก่ากำลังจีบตัวเองอยู่ก็จบเล่มแรกพอดี

ถัดจากนี้มีสปอยเยอะหน่อย

เฉิงอวี๋เจอแฟนครั้งแรกในที่เที่ยวกลางคืน (ปกติไม่ไป) ร้านมีกิจกรรมพอดี ให้ใส่เบอร์โทรตัวเองไว้ แล้วหยิบเบอร์โทรคนอื่นออกมา จะรอรับสายก็ได้ หรือจะโทรไปตามเบอร์ที่ได้มาก็ได้...และเฉิงอวี๋ที่เป็นคนเงียบๆ เก็บตัวไม่ได้ก๋ากั่นใจกล้าย่อมไม่ได้โทรไป เป็นฝ่ายรับสาย แล้วก็ได้แฟนคนแรกจากเหตุการณ์นี้

ตอนนั้นเฉิงอวี๋รับโทรศัพท์ 2 ครั้ง
ความจริงแล้วคนที่ได้เบอร์เฉิงอวี๋ไปคือชางเสวียน (เห็นหน้าใหม่เลยใช้เส้นสนกลในไปเอาเบอร์มา)
คนที่โทรมาหาเฉิงอวี๋สายแรกแล้วไม่ยอมพูดอะไรก็คือชางเสวียนอีก คนที่สองค่อยเป็นแฟน (ซึ่งกลายเป็นเก่าแล้ว! by ชางเสวียน)
ชางเสวียนคิดว่ายังไงก็ไม่มีรักแท้ในที่แบบนี้หรอกเลยโยนเบอร์ไปให้แฟนเก่า การตัดสินใจครั้งนี้เลยเป็นปมในใจ รู้สึกเสียใจภายหลังว่าไม่น่าทำแบบนั้นเลย ไม่งั้นได้คบเฉิงอวี๋ไปนานแล้ว อดเป็นผู้คนแรกของเฉิงอวี๋เลย พอมาเจอเฉิงอวี๋แล้วชอบเขา ในหัวมีแต่คำว่า 'ของฉัน' กับ 'เอาคืนมา' เต็มไปหมด 

(ถึงชางเสวียนจะแสดงออกเหมือนให้ความหวังจนทำคนอื่นโลเลสำเร็จ แต่มีการกระทำที่จริงใจอยู่อย่างคือตานี่มันกะไปกินข้าวฟรี หลงเสน่ห์ปลายจวักจนไปกินข้าวกลางวันกับแฟนชาวบ้านตลอดๆ อยากกินข้าวกล่องแห่งรักฝีมือเฉิงอวี๋ขนาดนั้นเลยแหละ)

ชางเสวียนเริ่มสนใจเฉิงอวี๋เพราะมีคนทำตัวเป็นวิทยุกระจายเสียงมาโม้แฟนให้ฟัง เห็นข้าวกล่องที่ทำมาอย่างเอาใจใส่ เห็นบุคลิกท่าทางน่าประทับใจ จากนั้นถึงจะไม่ชอบการรวมตัวเที่ยว แต่ถ้าแฟนเฉิงอวี๋เป็นคนชวนก็จะไปด้วยทุกครั้งเพราะนานๆ ทีจะมีโอกาสได้เจอเฉิงอวี๋บ้าง ซึ่งยิ่งเวลาผ่านไปก็มีแต่จะชอบเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่แกเห็นความสุขเฉิงอวี๋สำคัญกว่า มิหนำซ้ำท่าทางเฉิงอวี๋ยังเหมือนรุกด้วย ฟ้าไม่เข้าข้างชัดๆ...ตัดใจก็ได้ เดชะบุญ บัฟพระเอกทำงาน แฟนเฉิงอวี๋อดรนทนไม่ไหวมาสารภาพรักตัวเอง แถมยังได้ไปเห็นรูปในโทรศัพท์ที่ทำให้รู้ว่าเฉิงอวี๋เป็นรับ...ขนาดนี้แล้วก็เลยแหย่ขาเข้าไปขัดความสัมพันธ์ชาวบ้านเข้าจริงๆ ได้เวลาขอคืน! 

ช่วงท้ายเรื่อง เพราะมีบุญคุณความแค้นกับตระกูลโจวมาตั้งแต่รุ่นแม่ ชางเสวียนเป็นลูกนอกสมรส มีแต่แม่ แต่แม่ก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวและโดนกดดัน ตอนหลังแม่ฆ่าตัวตายเลยต้องไปอยู่สถานสงเคราะห์ อาศัยสมองกับความมานะสอบทุนผลักดันตัวเองจนประสบความสำเร็จ เจ้านาย (ประธานที่ทำงาน) คนปัจจุบันเป็นเพื่อนเก่าแม่ คอยดูแลอยู่ห่างๆ ส่วนตัวชางเสวียนเป็นที่ปรึกษาทางการเงินหาเงินให้ตระกูลโจว (ฟีลลูกค้า) เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ชางเสวียนที่อดทนเป็นหมาใช้ให้คุณนายโจวฟิวส์ขาดหงายไพ่นำข้อมูลเส้นทางการเงินไม่สะอาดมาทุบคน แน่นอนว่าตัวชางเสวียนก็โดนหางเลขกลายเป็นมีคดีติดตัวและล้มละลาย แต่ทำให้คนบ้านนั้นติดคุกกับริบทรัพย์ก้อนโตได้ก็พอใจแล้ว แถมยังระเห็จตัวเองไปขออยู่กับผู้อีก (...จ้ะพ่อ ( ͡• ͜ʖ ͡• )) เฉิงอวี๋รู้ว่าชางเสวียนมีคนอื่นให้พึ่งอีก เจ้านายรวย เพื่อนก็รวย แต่มองว่าหมาเลือกเจ้าของเลยปล่อยเลยตามเลย เอาเถอะ ให้มาอยู่ด้วยก็ได้ (เชฟคะ...!)

รวบรัดช่วงท้ายก็คือไอ่หมามันจีบติดจนได้ แม้จะถังแตก แต่ก็ได้งานใหม่เพราะมีบุญคุณความแค้นกับหลายคน มีคนพร้อมอ้าแขนรับเข้าทำงานอยู่ดี ดังนั้นฮีเลยกลับมาเฉิดฉายอีกรอบ (ตายยากจริง ชิ) ส่วนการแข่งขันทำอาหารก็ผ่านไปด้วยดี เฉิงอวี๋ไม่ได้ถือโทษอะไรหัวหน้าเก่าและพูดเรื่องที่อยากพูด รวมทั้งคัมเอาท์ด้วย เราชอบที่เฉิงอวี๋ไม่ได้ชนะเลิศแต่ได้คะแนนดีในการแข่ง ดูไม่ซูเกินไปเพราะในวงการมีคนมากประสบการณ์และเก่งกว่าอยู่จริงๆ

พูดถึงฉาก nc ปิงเหอจากตัวร้ายฯ ร้องไห้ตอนเน้ด ชางเสวียนก็ร้องค่ะ ถึงปกติจะการละครเป็นว่าเล่นแต่อันนี้ร้องจริง (ต่างกับน้ำตาปลอมของปิงเม่ย...) กลัวผู้เจ็บ กลัวผู้ไม่ชอบ ครั้งแรกเป็นตัวชี้วัดสำคัญ อยากทำให้เขาประทับใจ เฉิงอวี๋ไม่ค่อยสนใจเรื่องอย่างว่า ถ้าต่อต้านขึ้นมาหลังจากนี้อยู่ลำบากแน่ๆ ฉะนั้น พอเริ่มไปแล้วเห็นท่าไม่ดีเลยน้ำตาไหลพราก แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ราบรื่นแหละนะ พยายามได้ดีมากพ่อหนุ่ม *ตบไหล่*

ช่วงเทียวไล้เทียวขื่อตามจีบ ชางเสวียนมือไม้อยู่ไม่สุขและคอยตีขลุมหยอดนิดตอดหน่อยอยู่ตลอด พอเป็นแฟนจริงๆ ไม่ Toxic นะคะ เดิมทีก็ชอบออดอ้อนเอาใจอยู่แล้ว นี่พี่แกก็ใจกว้างและเข้าใจเฉิงอวี๋มากๆ ตอนอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ระมัดระวังพฤติกรรม ต่อให้จ้องจะงาบเฉิงอวี๋ลงท้องตลอดแต่ก็ดูความเต็มใจของเฉิงอวี๋ด้วย ช่วงไหนโดนบอกว่าไม่ได้นะพี่แกก็ตอบรับได้ตามที่พูดไว้จริง อย่างไรก็ตาม...ขี้หึงมากกกก ( `ε´ ) เฉิงอวี๋มามั่นใจความรู้สึกพี่แกก็เพราะมาลองนึกย้อนดูพฤติกรรมหลายสิ่งมันแสดงความขี้หึงขี้หวงออกมาชัด ตัวอย่างเช่น สถานที่สารภาพรักหรือนัดเดทเป็นที่เดียวกับที่มีความทรงจำร่วมกับแฟนเก่า บอกว่ายืมหนังสือ (ที่แฟนเก่าเฉิงอวี๋ลืมทิ้งไว้ในบ้าน) แต่เอาเล่มใหม่มาคืน พอรู้ว่าโดนปฏิบัติเหมือนหมาในบางครั้งแล้วเห็นเฉิงอวี๋เอ็นดูหมาซะเหลือเกินพี่แกก็ตั้งเป้าว่าไม่เลี้ยงหมามาแย่งความรักแน่ หึ! (≖、≖╬)

จบประมาณนี้

ยาวเหมือนกันแฮะ 5555555555 พอดีชอบไวบ์คสพ.ตัวละคร น้ำหนักเรื่องไม่หนักไม่เบาเกินไป และบุคลิกนิสัยคู่หลักก็ถูกจริตมากด้วย 
เกลียด (ชอบ) ความแอ๊บแบ๊วใสกรุบปานนางร้ายสนิมสร้อยของชางเสวียน 
เกลียด (ชอบ) ความการละครภายในเสี้ยววินาทีของฮี 
เกลียด (ชอบ) ความแพ้ยูนิฟอร์ม จะชุดเชฟหรือชุดกีฬาก็เลือดลมพลุ่งพล่าน
เกลียด (ชอบ) ความคบกันเต็มตัวปุ๊บสามีอย่างโง้น สามีอย่างงี้ สามีๆๆ อยู่ตลอด...แหม จ้าพ่อ
แล้วจากมุมเฉิงอวี๋ฮีบอบบางมาก แขนขาเล็ก หุ่นไม่หนา แต่พอปรี๊ดแตกคุณพี่ต่อยแหกค่ะ แล้วเก่งยูโดชิหัย พอจะกดคน เฉิงอวี๋สู้ไรฮีไม่ได้หรอก 555555555555 เอาเถอะ เฉิงอวี๋ก็รู้ว่าชางเสวียนชอบแอ๊บแบ๊วทำตัวน่าสงสาร เชฟเราไม่ได้ถูกหลอกหรอกนะคะ รู้สันดานดี แค่ไม่พูดมาก 555555555
เอนี่เวย์ พูดถึงชางเสวียนเยอะเพราะตรงจริต แต่ในชีวิตจริงต้องเฉิงอวี๋นี่แหละ แสนดีมาก หน้าตาดี ทำอาหารเก่ง เอาใจใส่ รักแฟน อ่อนโยน ยิ่งหมั่นไส้ชางเสวียนไปกันใหญ่ ฮึ่มฮั่ม

ภาษา/การแปล :
การเรียบเรียงประโยคมีจุดที่สะดุดอยู่เล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้กระทบการอ่าน แต่ถ้ามีการจัดเรียงหรือใช้คำสันธานในการเชื่อมให้สละสลวยกว่านี้อีกนิดจะดีมาก 
แล้วก็การใส่ฟุตโน้ต ในเรื่องมีพูดถึงการทำอาหารและวัตถุดิบเยอะพอสมควร ในฐานะคนนอกวงการที่ไม่มีความรู้ รู้สึกว่าควรเพิ่มฟุตโน้ตมาบ้าง
อื่นๆ ก็ มีคำฉีกชื่อตัวละคร ตัวเอกของเรานี่แหละ 'อวี๋' อ.อ่างอยู่ท้ายบรรทัด วี๋ โดนตบไปอยู่บรรทัดถัดไป


ช่องทางการสั่งซื้อ