Tuesday, July 23, 2024

[มังงะ] รีวิว ห้องเรียนเวทมนตร์กับคุณแมวดำ เล่ม 1 - 2



 (เครดิตรูปปก : mebmarket.com)



ชื่อเรื่อง : ห้องเรียนเวทมนตร์กับคุณแมวดำ เล่ม 1 - 2
สถานะ : ยังไม่จบ
สำนักพิมพ์ : Luckpim

ผู้แต่ง : โยสุเกะ คาเนดะ
แนวเรื่อง : โรแมนติก (?), คอเมดี้, แฟนตาซี

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :

🚩 มีฉากเซอร์วิสระดับไม่รุนแรงมาก ตัวอย่างเช่น วาดเน้นก้น หรือล้มกระโปรงเปิดเห็นกกน., พระเอกนางเอกเป็นคู่อาจารย์กับศิษย์

สาวน้อยสปิก้านางเอกผู้น่ารักและซุ่มซ่ามของพวกเราใช้เวทมนตร์ไม่ได้แต่อยากจะเก่งเหมือนไอดอลอย่างตาโคลด์ (ใช่แล้ว พระเอกนั่นเอง (¬_¬;)) พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จมรรคผล อยู่มาวันหนึ่งไปเจอแมวดำนิสัยไม่ดี พอเจ้าแมวรู้ว่าสปิก้าฟังตัวเองพูดรู้เรื่องก็ขอความช่วยเหลือ บอกว่าตัวเองโดนสาปให้เป็นแมว หากสปิก้าช่วย ตัวเองจะสอนเวทมนตร์ให้

ผลจากการศึกษาค้นคว้าและพยายามอย่างหนัก ผนวกกับสกิลเฉพาะตัวของสปิก้าซึ่งเป็นของแรร์เลยคลายคำสาปได้สำเร็จ (ด้วยการจุ๊บตูดแมว...) แต่นแต๊น แมวดำตัวนั้นคือหนุ่มหล่อ ท่านโคลด์ของน้องน่ะแหละ (;⌣̀_⌣́) ...แต่พลังของสปิก้าไม่เพียงพอ การจะคลายคำสาปได้หมดจดต้องมีพลังเท่ากันหรือมากกว่าเป้าหมาย ซึ่งระดับของคนใหญ่คนโตอย่างโคลด์สูงเกินไปมากกกกก เลยคืนร่างได้แค่ชั่วคราว โคลด์ต้องฝึกฝนสปิก้าต่อไปเพื่อให้มาคลายคำสาปให้ตัวเอง ตอนนี้มีสปิก้าคนเดียวที่ช่วยโคลด์ได้ ถ้าสปิก้าไม่เก่งระดับเดียวกับตัวเองก็บ๊ายบายร่างหนุ่มหล่อได้เลย

จากการมีอาจารย์ (แมว) ช่วยชี้แนะ สปิก้าตระหนักได้ว่าตัวเองร่ำเรียนผิดๆ มาตลอด ในเรื่องจะมีเวทมนตร์แบ่งเป็นสายๆ แบบเดียวกับราศี และจะใช้พลังของสายอื่นไม่ได้ค่ะ โดยสายพลังของสปิก้าเป็นพืช ช่วงที่ฝึก น้องใช้เวทมนตร์ในการดูแลสวนส้มของที่บ้าน (ส่วนสกิลฟื้นฟูทั้งหลายมีความพิเศษมากและโคลด์ให้สปิก้าปิดความสามารถนี้ไว้เป็นความลับ)

ช่วงจบเล่มน้องสอบเข้าโรงเรียนเวทมนตร์สำเร็จและเปิดตัวเพื่อนร่วมชั้นซึ่งเต็มไปด้วยเด็กมีปัญหาเด็กที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โคลด์เองก็กลับร่างคนมาเป็นอาจารย์และตุกติกให้สปิก้ามาอยู่ห้องตัวเอง (เนื่องจากผลจากการคลายคำสาปสั้นเลยต้องคอยจูบตูดแมวเป็นครั้งๆ ไป 555555555)

 เล่มแรกเพิ่งเข้าโรงเรียนและปูเรื่อง ส่วนเล่ม 2 จะเพิ่มเติมในส่วนของนักเรียนคนอื่นๆ การเรียนการสอน และ การสอบซึ่งโหดหินกว่าที่คิด สปิก้าคิดว่าตัวเองทำได้ดีแล้ว เอาเข้าจริงคือมีคนเก่งกว่าเต็มไปหมดทำให้เสียความมั่นใจพอสมควร นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงอดีตของโคลด์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยว่าเคยหนีจนต้องทิ้งนักเรียนไว้ ตรงจุดนี้โคลด์ไม่ยอมอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ในช่วงท้ายของเล่มมีตัวละครใหม่ซึ่งทรงตัวร้ายสุดๆ มาตามหาสปิก้า ไม่รู้ว่ารู้เรื่องพลังของน้องได้ยังไงกันนะ? จะเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการทำให้จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่อย่างโคลด์กลายเป็นแมวไหมนะ? รอเล่มต่อไปค่ะ ╰(*´︶`*)╯

สไตล์เรื่องเป็นรอมคอมคล้ายๆ หอหมาแมวที่เป็นผลงานเรื่องก่อนหน้า แต่จะมีความแฟนตาซีเสริมขึ้นมา และเลิฟไลน์ยังไม่ชัดเจนเท่าคู่เปอร์เซียกับอินุซึกะ โดยส่วนส่วนตัวจขบ.ว่าไม่ได้ทำให้ติดงอมแงม อย่างไรก็ตาม ในความชิวมีการหยอดประเด็นให้สงสัยใคร่รู้อยู่ เป็นเรื่องนึงที่อ่านฆ่าเวลาได้แบบไม่เบาจนเกินไป เสียแต่ราคาหนักใช้ได้เลย

ปล.การ์ดประจำเล่มที่เป็นตัวละครจากห้องเรียนแมวดำคู่กับตัวละครจากหอหมาแมวน่ารักดี

งานภาพ :
ลายเส้นไม่ได้ปรับสไตล์จากหอหมาแมวเท่าไหร่ ใครชอบลายเส้นเรื่องนั้น กับเรื่องนี้ก็น่าจะไม่มีปัญหา ทั้งนี้ทั้งนั้น เซ็ตติ้งเรื่องนี้มีเวทมนต์ งานฉากและพร็อพต่างๆ จะอลังการขึ้น อ. (และผู้ช่วย) ดูจะได้โชว์ของมากขึ้นหน่อย

ช่องทางการสั่งซื้อ



[นิยาย] รีวิว โซนากีคือชังมางั้นเหรอ เล่ม 1



(เครดิตรูปปก : https://naiin.com/)



ชื่อเรื่อง : โซนากีคือชังมางั้นเหรอ 1
สถานะ : 4 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : Rose
ผู้แต่ง : นาชีคล
แนวเรื่อง : โรแมนติก

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
หัวหน้าวงไอดอลผู้เจิดจรัสและแสนดี (อินจุน) - สตรีมเมอร์เก็บตัวขาดความมั่นใจ (นากี)

ตัวเล่มบางมากเลย อ่านวูบเดียวก็จบเล่มแล้วค่ะ บรรยายด้วยสรรพนามบุรุษที่หนึ่ง มีโซนากีเป็นตัวเอกรับหน้าที่ดำเนินเรื่อง 

การพัฒนาความรู้สึกของตัวละครก็เป็นไปอย่างรวดเร็วมาก สรุปต้นเรื่องแบบรวบรัดคือพ่อหนุ่มสตรีมเมอร์สายเกมสุดกากโซนากี ฉายาชังมา บังเอิญเล่นเกมสุ่มเจอผู้เล่นที่เป็นไอดอลชื่อดังพอดี พอโซเชียลเอาไปพูดถึงเยอะว่าเวลาพักไอดอลก็เล่นเกมแฮะ ฝีมือดีแฮะ บลาๆๆ เลยเป็นที่สนใจขึ้นมา

ก่อนอื่นขอออกตัวสักนิดว่าจขบ.ถอดสมองอ่านค่ะ การจะเอนจอยรีดดิ้งเรื่องนี้ การโยนหลักการและเหตุผลทิ้งสำคัญสำหรับจขบ.มาก 555555

ฟังดูเหมือนไม่ดีแต่โทรปเรื่องมันน่ารักนะคะ หลักๆ คือตัวละครนิสัยดี จริงจังจริงใจ แค่นี้ฟีลเรื่องก็ดีมากแล้วล่ะ เวลาดูพระนายเข้าฉากด้วยกันก็น่ารัก ไม่ท็อกซิกใส่กัน เพียงแต่ที่ต้องถอดสมองเพราะการเดินเรื่องดูไม่สมเหตุสมผลสำหรับจขบ. หรือจะบอกว่าไม่ชวนเชื่อก็ได้ มันมีความ เอ๊ะ? ห๊ะ? อิหยังวะ? อยู่ตลอด ซึ่งถ้ามัวแต่ใส่ใจตรงนี้จะกร่อยกับเนื้อเรื่องไปเลย (อาจด้วยเพิ่งอ่านฉานชื่อผิ่นจบมาสดๆ ร้อนๆ ด้วย เอารูปแบบโครงเรื่อง รวมทั้งความคิดกับพฤติกรรมของหนุ่มๆ เรื่องนั้นมาเป็นบาร์วัดทำให้ยิ่งเซนสิทีฟแหงๆ 55555)

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้าว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องคือพ่อหนุ่มโซนากีสตรีมเกมตามปกติ มีแฟนๆ ในช่องบอกว่าคนที่กำลังเล่นด้วยกันตอนนี้เสียงเหมือนหัวหน้าวงทรานเลยนะ จากนั้นพอไปหาข้อมูลพ่อหนุ่มไอดอลคนนั้นก็โดนตกจังเบอร์กลายเป็นแฟนคลับ อีกทั้งคลิปที่เล่นเกมด้วยกันกลายเป็นไวรัลจนนากีได้ทำกิจกรรมร่วมกับอินจุนและได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่าย...ตรงนี้แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นการโยนสมองของจขบ. เรื่องของเรื่องคือ นากีได้รับการติดต่อให้สตรีมร่วมกับอินจุนอีก ตอนแรกที่อ่านคิดว่าจะเป็นการสตรีมแบบออนไลน์พร้อมกันเฉยๆ แต่เปล่าเลย อินจุนมาหานากีที่บ้านเพื่อทำการไลฟ์ด้วยกัน (เห้ย เขาดังไม่ใช่เหรอ ทำไมต้นสังกัดปล่อยให้ไปบ้านสตรีมเมอร์ที่ไม่เปิดเผยหน้าตาลำพังตัวคนเดียวล่ะ อย่างน้อยถ้าจะให้ตัวคนอยู่ด้วยกันต้นสังกัดก็ควรควบคุมเรื่องสถานที่ไหม? เอาเป็นในบริษัทตัวเองก็ได้) โดยคอนเสปต่างๆ นากีเป็นคนคิดและเสนอด้วยการพูดคุยกับอินจุนผ่านทางช่องทางส่วนตัว (ผู้จัดการล่ะ ทีมงานไปไหน...) พอถึงเวลาไลฟ์จริงมีจังหวะด้นสดค่อนข้างมาก โฟลว์ของเวลาไม่มีการควบคุม แผนงานไม่ชัดเจน (ทำงานกับไอดอลอาชีพไม่ใช่เหรอ แต่การวางแผนเรื่องเวลาทำกิจกรรมของไลฟ์ไม่ถูกพูดถึงเลย ลวกจัดๆ แถมทีมงานปล่อยอินจุนมาบ้านใครก็ไม่รู้คนเดียวได้ไง ทำงานกันแบบใด...) เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ยังเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ ระหว่างไลฟ์จนหน้านากีหลุดออกมานิดนึงด้วยค่ะ เจ้าของไลฟ์อย่างนากีมัวแต่เอ๋อ คนจัดการเก็บกวาดหน้างานเป็นอินจุนหมด...ตรงนี้จขบ.ก็รู้สึกว่าขนาดเกิดเรื่อง นากียังขาดการรับผิดชอบอย่างโปรและในหัวเต็มไปด้วยอารมณ์ของติ่งมากไปหน่อย อันนี้ไม่เกี่ยวกับลอจิกเรื่อง แค่งวยงงสับสนกับคาร์ของนากีเล็กๆ รู้สึกว่าติ่งคนหนึ่งน่าจะดิ่งและรู้สึกแย่มากกว่านี้ไหมน้อที่ทำให้เมนเดือดร้อน...

อย่างไรก็ตาม นากียังคงมีข้อเสนอส่งให้ได้ทำงานร่วมกับอินจุนอีกอยู่ดี เป็นการถ่ายทำรายการวาไรตี้ (ห๊ะ ครั้งที่ n) ด้วยความที่ไม่มั่นใจวัฒนธรรมของทางเกาหลีเลยไม่มั่นใจว่ามันปกติไหม แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าแปลกมากที่นักเขียนเชิญนากีมาคุยงานที่ตึกแต่นากีต้องงมหาห้องเอง ในคอมมอนเซนส์ส่วนตัวรู้สึกว่าพื้นที่รับรองแขกมักจะอยู่ใกล้ทางเข้าออกเพื่อไม่ให้คนนอกเข้าถึงได้มากเกินไปและเพื่อให้เข้าออกสะดวก แต่นี่นากีต้องขึ้นตึกไปหาคน ตึกที่ว่าเป็นสถานีที่มีอาจพบเจอคนดังมากมาย กลับไม่มีคนมารับหรือช่วยนำทางให้ คุณพี่ไม่กลัวซาแซงเลยเหรอ? บทดูจะปูมาให้ไปบังเอิญเจอน้องเล็กวงทรานระหว่างทางโดยไม่มีตัวประกอบเป็นก้างมากไปหน่อย

การพัฒนาความสัมพันธ์เร็วมาก มันค่อนข้างน่ารักนะคะ อ่านเอาฟินเรื่อยๆ ได้  จะติดขัดตรงพอเอาเมนหรือวงโปรดตัวเองไปครอบทับอินจุนแล้วอารมณ์พลิกนี่แหละ พอคิดว่าถ้าเมนเราเจออย่างที่อินจุนเจอ ถูกปฏิบัติแบบไม่มืออาชีพสุดๆ ไม่ได้รับการดูแลที่ดีจากต้นสังกัด และอื่นๆ โน่นนี่นั่น ในฐานะแฟนคลับคงหงิดอะ 555555555 เพิ่งอ่านเล่มแรกจบ ถามว่าประทับใจไหม...ตอบได้ว่าเฉยๆ รู้สึกว่าพระเอกน่ารักแต่ลอจิกเรื่องขัดใจ ขอเวลาสำหรับเล่ม 2 นิดนึง

ภาษา/การแปล :
เรื่อยๆ เลยค่ะ ไม่มีจุดติดขัดอะไรเป็นพิเศษ

ช่องทางการสั่งซื้อ

Sunday, January 28, 2024

[นิยาย] รีวิว Little Man ชั่วโมงบินน้อยแต่มีรักเต็มร้อยให้คุณ

 

(เครดิตรูปปก : https://store.jamsai.com/)



ชื่อเรื่อง : Little Man ชั่วโมงบินน้อยแต่มีรักเต็มร้อยให้คุณ เล่ม 1-3
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : With Love
ผู้แต่ง : เหย่าชุนปิ่ง
แนวเรื่อง : โรแมนติก, ดราม่า

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
หนุ่มไฟแรงซื่อตรงจริงใจ (อิ๋งจิ่ง) - พี่สาวสวยเก่งบ้างาน (ชูหนิง)

ออกตัวเล็กน้อยสำหรับคนที่อาจจะคาใจหลังอ่านเรื่องย่อหลังปก เทียบกับ with love เรื่องอื่น เรื่องนี้ดูมาแปลกนิดนึงเพราะพระเอกเป็นนักศึกษา แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ออกไปทางแนวทำงานมากกว่านะคะ ไม่ได้หลั่นล้าสดใสชีวิตมหาลัยมากมาย พระเอกอดตาหลับขับตานอนทำงานจนตาหมองทั้งเล่ม

การเล่าเรื่องของเรื่องนี้ แม้เป็นการเปิดตัวตัวละครครั้งแรกก็ไม่ร่ายประวัติเสริมสร้างความเข้าใจผู้อ่านเท่าไหร่ ดังนั้นตอนเปิดเรื่องมาจะเห็นการบรรยายว่าใครทำอะไรอยู่ คนอ่านต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจสถานการณ์เองว่าใครเป็นใคร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งต้องตั้งสติเล็กน้อยค่ะเพราะเส้นความสัมพันธ์ชูหนิง นางเอกของพวกเรากับคนรอบตัวค่อนข้างซับซ้อนทั้งในบ้านนอกบ้าน (⁠ ⁠;⁠∀⁠;⁠) คร่าวๆ คือแม่แต่งงานใหม่กับพ่อที่เป็นเศรษฐีซึ่งมีลูกชายอยู่แล้ว คนครอบครัวฝั่งพ่อไม่ยินดีต้อนรับแม่ลูกคู่นี้นัก กับพี่ชายต่างแม่ยิ่งไม่ถูกกันสุดๆ เจอกันทีกระแสไฟลั่นเปรี๊ยะ แต่อ่านไปเรื่อยๆ ชักเริ่มคิดว่าความสัมพันธ์พี่น้องไม่แย่มากนี่ ระหว่างสองคนนี้เหมือนจะมีอะไรสักอย่างนะเหวย? นอกจากนี้ชูหนิงยังต้องเล่นบทคู่หมั้นปลอมๆ ช่วยเพื่อนที่มีแฟนแล้วบ้านไม่ยอมรับด้วย ออกแนวเป็นบังเกอร์ให้เพื่อนชั่วคราว (ชีวิตเหนื่อยมากพี่สาว 55555) 

ในเรื่องชูหนิงจะทำหลักๆ 3 อย่าง คือ ทำงาน (บ้างานมากๆ เอาจริงเอาจังสุดๆ), ตบตีกับพี่ชายต่างพ่อ (ตีกันแรงมาก เพราะนางเอกไม่ยอมคน ชนลูกเดียว คุณพี่ก็อันธพาลพระเอกฟิคมาก เหอๆ), อย่างสุดท้ายคือแฮงเอาท์กับเพื่อนนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งนอกจากกวนอวี้เพื่อนสาวอีกคน ส่วนใหญ่จะเป็นคุณคู่หมั้นกำมะลอ เฝิงจื่อหยางค่ะ ได้ไปดูการแข่งขันของอิ๋งจิ่งที่มหาลัยก็เป็นความดีความชอบของเฝิงจื่อหยางที่ชอบพวกเครื่องบินและโมเดลต่างๆ เช่นกัน

ฝั่งอิ๋งจิ่งเป็นเด็กเรียนดีกีฬาเด่น หน้าตาดี นิสัยดี ร่าเริง เพื่อนเยอะ กินเก่งมากๆ ᕙ⁠(⁠@⁠°⁠▽⁠°⁠@⁠)⁠ᕗ อาจารย์พยายามผลักดันให้มีอนาคตที่ดี ให้วางแผนอนาคตตัวเองอย่างจริงจัง เลยหาโอกาสในการทำโปรเจคมาให้ ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้อิ๋งจิ่งทุ่มเทให้กับการทำงานชิ้นนี้ (เป็นอะไรแนวๆ โมเดลจำลองสภาพอากาศ) โดยบริษัทที่ไปของบเป็นบริษัทของชูหนิงค่ะ...แต่ถูกปัดตกอย่างเด็ดขาดมากเพราะเป็นฟิลด์ที่ทางชูหนิงไม่ถนัด ใช้เวลาในการคืนทุนและทำกำไรนาน ไม่ตอบโจทย์ของชูหนิงที่ต้องการเงินหมุนเวียนเร็ว ตรงนี้แอบเจ็บจี๊ดร่วมไปกับอิ๋งจิ่ง เหมือนเด็กออกไปเผชิญโลกภายนอกครั้งแรกถูกความเป็นจริงของสังคมตอกหน้าหงายอะค่ะ แล้วชูหนิงตัดรอนด้วยเหตุผลล้วนๆ อธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าทำไมไม่เลือก ซึ่งเถียงไม่ได้เลย อนึ่ง ชูหนิงค่อนข้างใจอ่อนและเห็นใจ ถึงเป็นนายทุนให้ไม่ได้ ยังอุตส่าห์ไปแนะนำกับพี่ชายให้ (จ้าวหมิงชวน) ซึ่งทางนั้นติดต่อไปหาอิ๋งจิ่งและยินดีร่วมงานด้วยค่ะ

อ่านๆ ไปรู้สึกว่า...เอ๊อะ? จบตรงนี้เหรอ หรืออิ๋งจิ่งต้องรอเสนอโปรเจกต์ใหม่ไปหาชูหนิง คู่นี้ดูไม่มีอะไรให้ติดต่อกันแล้วนะ?
ทีนี้ มาถึงจุดพลิกผันของเรื่องค่ะ

ชูหนิงไปทำงานที่มาเลเซีย เที่ยวบินขากลับประเทศมีปัญหาขาดการติดต่อ (หายสาบสูญนั่นแหละ ಥ⁠‿⁠ಥ) พอดีชูหนิงป่วย ตกเครื่อง เลยรอดพ้นจากเที่ยวบินนี้หวุดหวิด จากไม่สบอารมณ์เพราะจะทำให้กลับไปสานต่องานช้า นางเอกเราแข้งขาอ่อนเลยค่ะ เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ...ทำให้สนใจคอนเสปงานของพวกอิ๋งจิ่งขึ้นมาและติดต่อไปว่าอยากทำโครงการด้วย (ตรงนี้เรางงนิดหน่อยว่า...อ้าว สรุปอิ๋งจิ่งยังไม่ได้ทำสัญญากับจ้าวหมิงชวนเหรอ? แต่เขาสนใจแล้วนะ งั้นชูหนิงเหลี่ยมมาก ไปเสนอพี่ชายให้เขาสนใจแล้วปาดเขาซะเฉย)

เอาเป็นว่า สุดท้าย บริษัทประธานหนิงเป็นคนออกเงินให้ทางกลุ่มอิ๋งจิ่งไปทำงานเอาผลลัพธ์ ระหว่างนั้นหนุ่มน้อยที่ย่างเท้าสู่โลกนอกมหาลัย ล้มลุกคลุกคลานออกจากเซฟโซนก็ได้รับคำแนะนำในการทำงานกับความช่วยเหลือจากพี่สาวสวยเก่ง ลงเอยชอบเขาเข้าเต็มเปา ด้วยเหตุนี้ อิ๋งจิ่งผู้ที่จัดลำดับความสำคัญไม่ค่อยเก่งและเอาความรู้สึกส่วนตัวมาแทรกเลยบ้างานจนลืมเรียน (ถึงขั้นขาดสอบจนพี่สาวตัวจริงที่บ้านองค์ลง) ส่วนฝั่งชูหนิงน่ะเหรอ...อนิจจา นางเอกเราเห็นไอหนุ่มเป็นเด็กน้อย  ขนาดมีสาวมาสารภาพรักคุณพระเอกต่อหน้า ชูหนิงยังเห็นเป็นเรื่องบันเทิง โถ่ถัง ทั้งนี้ทั้งนั้น พอรู้ว่าอิ๋งจิ่งบาลานซ์งานกับเรียนไม่ได้ก็มีสายตรงไปดุนะคะ ชูหนิงต้องการผลลัพธ์ตามเม็ดเงินที่ลงทุน แต่ก็ค่อนข้างแฟร์ ไม่ได้ขูดรีดแต่อย่างใด ตัวชูหนิงย่อมอยากให้อิ๋งจิ่งเรียนจบตามปกติค่ะ

อนึ่ง พระนางเรื่องนี้อายุห่างกัน 3 ปีครึ่งค่ะ ชูหนิงออกมาทำงานเร็ว ไม่ได้เรียนจนจบมหาลัย เลยมีประวัติการทำงานหลายปีและเอาตัวรอดในสังคมเก่งมาก 

ในช่วงเล่มแรกจะเป็นการปูพื้นการทำงาน การเริ่มต้นโปรเจกต์ ส่วนเล่มถัดจากนั้นจะมีการลงทุนเพิ่มเติม การหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เหมาะสม จะเลือกคนมีความสามารถเฉพาะทาง? จะเลือกคนที่ทำงานด้วยได้อย่างสบายใจ? อิ๋งจิ่งค่อยๆ มีชื่อเสียงมากขึ้น จากที่นักลงทุนมองเห็นศักยภาพของคนอื่นมากกว่า พอทีมของอิ๋งจิ่งเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศแล้วประสบความสำเร็จก็ดังขึ้นเยอะ อยู่ในสายตาคนอื่นแล้ว ด้านคสพ.พระนางจะออกแนวขมๆ หวานๆ มีทะเลาะกันบ้าง แต่เอาเข้าจริงก็เป็นที่พึ่งของกันและกัน กอดคอกันเติบโตค่ะ เราว่าประทับใจดีนะ แต่ๆๆ พอเลิฟไลน์มาอารมณ์จขบ.ค่อนข้างสวิงค่ะ อ่านมุมชูหนิง ในใจก็...อืม ชูหนิงพูดถูกนะ พออ่านมุม อิ๋งจิ่ง...อืม เป็นอิ๋งจิ่งมันก็น่าน้อยใจจริงๆ แหละ เหมือนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ 5555555

เล่ม 3 มีตอนพิเศษเสริม นอกจากคู่หลัก มีเล่าเรื่องรักๆ ของคุณพี่ชายประธานเผด็จการอย่างจ้าวหมิงชวนกับแฟนเขาด้วยค่ะ ใครกลัวอินเซสไม่ต้องห่วงนะคะ จ้าวหมิงชวนมีสาวที่ชอบ และชอบเขามากด้วย ไม่ไปแลคนอื่นหรอกค่ะ ยิ่งจะมาชอบชูหนิงคือไม่มีทาง ตอนพิเศษของคุณพี่คือโบ้ดีๆ นี่เอง เที่ยวเตร่จนแฟนทิ้ง แถมแฟนใจแข็งสุดๆ อีก

อีกนิด จุดที่คาดไม่ถึงคือยาว 3 เล่ม อิ๋งจิ่งติดป้ายนักเรียนยาวเลยค่ะ ตอนจบตกลงหมั้นกับชูหนิงเรียบร้อย มีแต่คนคิดว่าฮีรีบเพราะยังเด็กมาก

ภาพรวมไม่มีดราม่าหนักหน่วง เป็นแนวอบอุ่นหัวใจสู้ชีวิตไปเรื่อยๆ (?) มีช่วงอารมณ์ขึ้นลงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้ลุ้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ประปราย ส่วนตัวอ่านเพลินมาก จังหวะการเดินเรื่องค่อนข้างดี ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป

ใครชอบนางเอกที่สวยและนิสัยเท่น่าจะชอบชูหนิง พี่สาวสวยมาก เป็นคนทำอะไรตามหลักการและเหตุผล เอาจริงเอาจัง พึ่งพาได้ ในขณะเดียวกันก็มีด้านที่ใจดีคำนึงถึงคนอื่นด้วย (เอนี่เวย์ ถ้าเจอพี่ชายต่างแม่อย่างจ้าวหมิงชวนเจ๊จะอารมณ์พุ่งปรี๊ด ซึ่งก็พอเก็ตฟีลเพราะสับกันแรงไม่ไว้หน้ามาก เป็นมวยสนุกๆ ประจำเรื่องเลย 👍 )
ด้านอิ๋งจิ่ง น้องเหมือนฮัสกี้ค่ะ 55555555 ถึงเป็นหนุ่มสดใสร่าเริง เอาเข้าจริงต่อยตีเก่งใช้ได้เลยเพราะพ่อเป็นทหาร (เคยไปฝึกกับเขา) ในเรื่องมีซีนทะเลาะวิวาทต่อยตีหลายครั้งเหมือนกัน พี่สาวของอิ๋งจิ่งถามว่าไม่บอกแต่แรกว่าชอบแนวนี้จะได้ส่งไปวัดเส้าหลิน 5555555555555

ภาษา/การแปล :
ภาพรวมอ่านไหลลืนตามปกตินะคะ ด้วยความที่เป็นเรื่องแนวไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดพลิกผันดึงอารมณ์ใหญ่ๆ จะจมไปกับเนื้อเรื่องหรือเปล่าเป็นตัวชี้วัดความแฮปปี้ในการอ่านอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าภาษาไม่ซัพก็คงไม่จมไม่อินไปกับหนังสือ ส่วนตัวเราอ่านเพลินๆ รวดเดียวจบเล่มและอยากอ่านต่อ แสดงว่าจุดนี้ไม่ติดขัดอะไร

ช่องทางการสั่งซื้อ
>> E-Book