Sunday, January 28, 2024

[นิยาย] รีวิว Little Man ชั่วโมงบินน้อยแต่มีรักเต็มร้อยให้คุณ

 

(เครดิตรูปปก : https://store.jamsai.com/)



ชื่อเรื่อง : Little Man ชั่วโมงบินน้อยแต่มีรักเต็มร้อยให้คุณ เล่ม 1-3
สถานะ : 3 เล่มจบ
สำนักพิมพ์ : With Love
ผู้แต่ง : เหย่าชุนปิ่ง
แนวเรื่อง : โรแมนติก, ดราม่า

ความรู้สึกหลังอ่าน

เนื้อเรื่อง :
หนุ่มไฟแรงซื่อตรงจริงใจ (อิ๋งจิ่ง) - พี่สาวสวยเก่งบ้างาน (ชูหนิง)

ออกตัวเล็กน้อยสำหรับคนที่อาจจะคาใจหลังอ่านเรื่องย่อหลังปก เทียบกับ with love เรื่องอื่น เรื่องนี้ดูมาแปลกนิดนึงเพราะพระเอกเป็นนักศึกษา แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ออกไปทางแนวทำงานมากกว่านะคะ ไม่ได้หลั่นล้าสดใสชีวิตมหาลัยมากมาย พระเอกอดตาหลับขับตานอนทำงานจนตาหมองทั้งเล่ม

การเล่าเรื่องของเรื่องนี้ แม้เป็นการเปิดตัวตัวละครครั้งแรกก็ไม่ร่ายประวัติเสริมสร้างความเข้าใจผู้อ่านเท่าไหร่ ดังนั้นตอนเปิดเรื่องมาจะเห็นการบรรยายว่าใครทำอะไรอยู่ คนอ่านต้องค่อยๆ ทำความเข้าใจสถานการณ์เองว่าใครเป็นใคร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งต้องตั้งสติเล็กน้อยค่ะเพราะเส้นความสัมพันธ์ชูหนิง นางเอกของพวกเรากับคนรอบตัวค่อนข้างซับซ้อนทั้งในบ้านนอกบ้าน (⁠ ⁠;⁠∀⁠;⁠) คร่าวๆ คือแม่แต่งงานใหม่กับพ่อที่เป็นเศรษฐีซึ่งมีลูกชายอยู่แล้ว คนครอบครัวฝั่งพ่อไม่ยินดีต้อนรับแม่ลูกคู่นี้นัก กับพี่ชายต่างแม่ยิ่งไม่ถูกกันสุดๆ เจอกันทีกระแสไฟลั่นเปรี๊ยะ แต่อ่านไปเรื่อยๆ ชักเริ่มคิดว่าความสัมพันธ์พี่น้องไม่แย่มากนี่ ระหว่างสองคนนี้เหมือนจะมีอะไรสักอย่างนะเหวย? นอกจากนี้ชูหนิงยังต้องเล่นบทคู่หมั้นปลอมๆ ช่วยเพื่อนที่มีแฟนแล้วบ้านไม่ยอมรับด้วย ออกแนวเป็นบังเกอร์ให้เพื่อนชั่วคราว (ชีวิตเหนื่อยมากพี่สาว 55555) 

ในเรื่องชูหนิงจะทำหลักๆ 3 อย่าง คือ ทำงาน (บ้างานมากๆ เอาจริงเอาจังสุดๆ), ตบตีกับพี่ชายต่างพ่อ (ตีกันแรงมาก เพราะนางเอกไม่ยอมคน ชนลูกเดียว คุณพี่ก็อันธพาลพระเอกฟิคมาก เหอๆ), อย่างสุดท้ายคือแฮงเอาท์กับเพื่อนนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งนอกจากกวนอวี้เพื่อนสาวอีกคน ส่วนใหญ่จะเป็นคุณคู่หมั้นกำมะลอ เฝิงจื่อหยางค่ะ ได้ไปดูการแข่งขันของอิ๋งจิ่งที่มหาลัยก็เป็นความดีความชอบของเฝิงจื่อหยางที่ชอบพวกเครื่องบินและโมเดลต่างๆ เช่นกัน

ฝั่งอิ๋งจิ่งเป็นเด็กเรียนดีกีฬาเด่น หน้าตาดี นิสัยดี ร่าเริง เพื่อนเยอะ กินเก่งมากๆ ᕙ⁠(⁠@⁠°⁠▽⁠°⁠@⁠)⁠ᕗ อาจารย์พยายามผลักดันให้มีอนาคตที่ดี ให้วางแผนอนาคตตัวเองอย่างจริงจัง เลยหาโอกาสในการทำโปรเจคมาให้ ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้อิ๋งจิ่งทุ่มเทให้กับการทำงานชิ้นนี้ (เป็นอะไรแนวๆ โมเดลจำลองสภาพอากาศ) โดยบริษัทที่ไปของบเป็นบริษัทของชูหนิงค่ะ...แต่ถูกปัดตกอย่างเด็ดขาดมากเพราะเป็นฟิลด์ที่ทางชูหนิงไม่ถนัด ใช้เวลาในการคืนทุนและทำกำไรนาน ไม่ตอบโจทย์ของชูหนิงที่ต้องการเงินหมุนเวียนเร็ว ตรงนี้แอบเจ็บจี๊ดร่วมไปกับอิ๋งจิ่ง เหมือนเด็กออกไปเผชิญโลกภายนอกครั้งแรกถูกความเป็นจริงของสังคมตอกหน้าหงายอะค่ะ แล้วชูหนิงตัดรอนด้วยเหตุผลล้วนๆ อธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่าทำไมไม่เลือก ซึ่งเถียงไม่ได้เลย อนึ่ง ชูหนิงค่อนข้างใจอ่อนและเห็นใจ ถึงเป็นนายทุนให้ไม่ได้ ยังอุตส่าห์ไปแนะนำกับพี่ชายให้ (จ้าวหมิงชวน) ซึ่งทางนั้นติดต่อไปหาอิ๋งจิ่งและยินดีร่วมงานด้วยค่ะ

อ่านๆ ไปรู้สึกว่า...เอ๊อะ? จบตรงนี้เหรอ หรืออิ๋งจิ่งต้องรอเสนอโปรเจกต์ใหม่ไปหาชูหนิง คู่นี้ดูไม่มีอะไรให้ติดต่อกันแล้วนะ?
ทีนี้ มาถึงจุดพลิกผันของเรื่องค่ะ

ชูหนิงไปทำงานที่มาเลเซีย เที่ยวบินขากลับประเทศมีปัญหาขาดการติดต่อ (หายสาบสูญนั่นแหละ ಥ⁠‿⁠ಥ) พอดีชูหนิงป่วย ตกเครื่อง เลยรอดพ้นจากเที่ยวบินนี้หวุดหวิด จากไม่สบอารมณ์เพราะจะทำให้กลับไปสานต่องานช้า นางเอกเราแข้งขาอ่อนเลยค่ะ เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ...ทำให้สนใจคอนเสปงานของพวกอิ๋งจิ่งขึ้นมาและติดต่อไปว่าอยากทำโครงการด้วย (ตรงนี้เรางงนิดหน่อยว่า...อ้าว สรุปอิ๋งจิ่งยังไม่ได้ทำสัญญากับจ้าวหมิงชวนเหรอ? แต่เขาสนใจแล้วนะ งั้นชูหนิงเหลี่ยมมาก ไปเสนอพี่ชายให้เขาสนใจแล้วปาดเขาซะเฉย)

เอาเป็นว่า สุดท้าย บริษัทประธานหนิงเป็นคนออกเงินให้ทางกลุ่มอิ๋งจิ่งไปทำงานเอาผลลัพธ์ ระหว่างนั้นหนุ่มน้อยที่ย่างเท้าสู่โลกนอกมหาลัย ล้มลุกคลุกคลานออกจากเซฟโซนก็ได้รับคำแนะนำในการทำงานกับความช่วยเหลือจากพี่สาวสวยเก่ง ลงเอยชอบเขาเข้าเต็มเปา ด้วยเหตุนี้ อิ๋งจิ่งผู้ที่จัดลำดับความสำคัญไม่ค่อยเก่งและเอาความรู้สึกส่วนตัวมาแทรกเลยบ้างานจนลืมเรียน (ถึงขั้นขาดสอบจนพี่สาวตัวจริงที่บ้านองค์ลง) ส่วนฝั่งชูหนิงน่ะเหรอ...อนิจจา นางเอกเราเห็นไอหนุ่มเป็นเด็กน้อย  ขนาดมีสาวมาสารภาพรักคุณพระเอกต่อหน้า ชูหนิงยังเห็นเป็นเรื่องบันเทิง โถ่ถัง ทั้งนี้ทั้งนั้น พอรู้ว่าอิ๋งจิ่งบาลานซ์งานกับเรียนไม่ได้ก็มีสายตรงไปดุนะคะ ชูหนิงต้องการผลลัพธ์ตามเม็ดเงินที่ลงทุน แต่ก็ค่อนข้างแฟร์ ไม่ได้ขูดรีดแต่อย่างใด ตัวชูหนิงย่อมอยากให้อิ๋งจิ่งเรียนจบตามปกติค่ะ

อนึ่ง พระนางเรื่องนี้อายุห่างกัน 3 ปีครึ่งค่ะ ชูหนิงออกมาทำงานเร็ว ไม่ได้เรียนจนจบมหาลัย เลยมีประวัติการทำงานหลายปีและเอาตัวรอดในสังคมเก่งมาก 

ในช่วงเล่มแรกจะเป็นการปูพื้นการทำงาน การเริ่มต้นโปรเจกต์ ส่วนเล่มถัดจากนั้นจะมีการลงทุนเพิ่มเติม การหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เหมาะสม จะเลือกคนมีความสามารถเฉพาะทาง? จะเลือกคนที่ทำงานด้วยได้อย่างสบายใจ? อิ๋งจิ่งค่อยๆ มีชื่อเสียงมากขึ้น จากที่นักลงทุนมองเห็นศักยภาพของคนอื่นมากกว่า พอทีมของอิ๋งจิ่งเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศแล้วประสบความสำเร็จก็ดังขึ้นเยอะ อยู่ในสายตาคนอื่นแล้ว ด้านคสพ.พระนางจะออกแนวขมๆ หวานๆ มีทะเลาะกันบ้าง แต่เอาเข้าจริงก็เป็นที่พึ่งของกันและกัน กอดคอกันเติบโตค่ะ เราว่าประทับใจดีนะ แต่ๆๆ พอเลิฟไลน์มาอารมณ์จขบ.ค่อนข้างสวิงค่ะ อ่านมุมชูหนิง ในใจก็...อืม ชูหนิงพูดถูกนะ พออ่านมุม อิ๋งจิ่ง...อืม เป็นอิ๋งจิ่งมันก็น่าน้อยใจจริงๆ แหละ เหมือนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ 5555555

เล่ม 3 มีตอนพิเศษเสริม นอกจากคู่หลัก มีเล่าเรื่องรักๆ ของคุณพี่ชายประธานเผด็จการอย่างจ้าวหมิงชวนกับแฟนเขาด้วยค่ะ ใครกลัวอินเซสไม่ต้องห่วงนะคะ จ้าวหมิงชวนมีสาวที่ชอบ และชอบเขามากด้วย ไม่ไปแลคนอื่นหรอกค่ะ ยิ่งจะมาชอบชูหนิงคือไม่มีทาง ตอนพิเศษของคุณพี่คือโบ้ดีๆ นี่เอง เที่ยวเตร่จนแฟนทิ้ง แถมแฟนใจแข็งสุดๆ อีก

อีกนิด จุดที่คาดไม่ถึงคือยาว 3 เล่ม อิ๋งจิ่งติดป้ายนักเรียนยาวเลยค่ะ ตอนจบตกลงหมั้นกับชูหนิงเรียบร้อย มีแต่คนคิดว่าฮีรีบเพราะยังเด็กมาก

ภาพรวมไม่มีดราม่าหนักหน่วง เป็นแนวอบอุ่นหัวใจสู้ชีวิตไปเรื่อยๆ (?) มีช่วงอารมณ์ขึ้นลงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันให้ลุ้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ประปราย ส่วนตัวอ่านเพลินมาก จังหวะการเดินเรื่องค่อนข้างดี ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป

ใครชอบนางเอกที่สวยและนิสัยเท่น่าจะชอบชูหนิง พี่สาวสวยมาก เป็นคนทำอะไรตามหลักการและเหตุผล เอาจริงเอาจัง พึ่งพาได้ ในขณะเดียวกันก็มีด้านที่ใจดีคำนึงถึงคนอื่นด้วย (เอนี่เวย์ ถ้าเจอพี่ชายต่างแม่อย่างจ้าวหมิงชวนเจ๊จะอารมณ์พุ่งปรี๊ด ซึ่งก็พอเก็ตฟีลเพราะสับกันแรงไม่ไว้หน้ามาก เป็นมวยสนุกๆ ประจำเรื่องเลย 👍 )
ด้านอิ๋งจิ่ง น้องเหมือนฮัสกี้ค่ะ 55555555 ถึงเป็นหนุ่มสดใสร่าเริง เอาเข้าจริงต่อยตีเก่งใช้ได้เลยเพราะพ่อเป็นทหาร (เคยไปฝึกกับเขา) ในเรื่องมีซีนทะเลาะวิวาทต่อยตีหลายครั้งเหมือนกัน พี่สาวของอิ๋งจิ่งถามว่าไม่บอกแต่แรกว่าชอบแนวนี้จะได้ส่งไปวัดเส้าหลิน 5555555555555

ภาษา/การแปล :
ภาพรวมอ่านไหลลืนตามปกตินะคะ ด้วยความที่เป็นเรื่องแนวไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดพลิกผันดึงอารมณ์ใหญ่ๆ จะจมไปกับเนื้อเรื่องหรือเปล่าเป็นตัวชี้วัดความแฮปปี้ในการอ่านอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าภาษาไม่ซัพก็คงไม่จมไม่อินไปกับหนังสือ ส่วนตัวเราอ่านเพลินๆ รวดเดียวจบเล่มและอยากอ่านต่อ แสดงว่าจุดนี้ไม่ติดขัดอะไร

ช่องทางการสั่งซื้อ
>> E-Book